<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กีฬา Archives - kwamkidhen</title>
	<atom:link href="http://kwamkidhen.com/archives/category/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AC%E0%B8%B2-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kwamkidhen.com/archives/category/บทความ/กีฬา-บทความ</link>
	<description>รวบรวมข่าว ความคิดเห็นจากทั่วทุกมุมโลก</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Aug 2023 11:55:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>บทความและคอมเมนต์ชาวจีน หลังแพ้ไทย 2-3 เซต ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก U19 2023</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/22377</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Aug 2023 11:55:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[คอมเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[comment]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มุมมอง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเลย์บอลหญิง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=22377</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความและคอมเมนต์ชาวจีน หลังแพ้ไทย 2-3 เซต ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก U19 2023</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/22377">บทความและคอมเมนต์ชาวจีน หลังแพ้ไทย 2-3 เซต ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก U19 2023</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บทความและคอมเมนต์ชาวจีน หลังแพ้ไทย 2-3 เซต ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก U19 2023</p>
<p>บทความจากเว็บไซต์ m.163.com<br />
หัวข้อ: 2-3 เซต！แชมป์กลุ่มแพ้ให้กับอันดับ 4 ของกลุ่ม &#8230; วอลเลย์หญิงจีน U19 พลิกพ่าย และบอลแรกกลายเป็นจุดอ่อน</p>
<p>การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น &#8230; ทีมเยาวชนหญิงจีนผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสถิติคว้าชัยชนะ 5 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม &#8230; ทีมของพวกเราโคจรมาพบกับทีมชาติไทยซึ่งได้อันดับ 4 ของอีกกลุ่ม</p>
<p>&#8230; สำหรับอันดับโลกของทั้งสองทีม ไทยอยู่ในอันดับที่ 12 ส่วนจีนอยู่ในอันดับที่ 19 แต่การจัดอันดับโลกเป็นเพียงแค่การอ้างอิงเท่านั้น &#8230; ตั้งแต่เริ่มต้นทีมวอลเลย์บอลหญิงจีนมีความได้เปรียบจากรอบแบ่งกลุ่มเนื่องจากพวกเขาไม่แพ้ใครเลยแม้แต่เซตเดียว &#8230; ดังนั้นพวกเราจึงมองในแง่ดีเกี่ยวกับการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของทีมชาติจีน &#8230; แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่ผลการแข่งขันทำให้พวกเรารู้สึกประหลาดใจ ด้วยการขึ้นนำไปก่อน 2-0 เซต แต่พวกเราถูกคู่แข่งพลิกกลับมาเอาชนะได้ 3 เซตรวด และแพ้ไปในที่สุด 2-3 เซต</p>
<p>เริ่มต้นการแข่งขันทั้งสองฝ่ายสู้กันได้อย่างสูสี จนถึงแต้มที่ 33 เป็นฝ่ายเราที่เก็บไปได้ก่อนในเซตแรก &#8230; ซึ่งถ้าหากดูจากโมเมนตัมในสองเซตแรกทีมชุดเล็กของพวกเราถือว่าดีกว่าจริงๆ แต่ทีมไทยก็เล่นได้อย่างเหนียวแน่น &#8230; ผู้เล่นของพวกเรามีความสูงเฉลี่ย 1.9 ม. ในขณะที่ผู้เล่นของไทยมีความสูงเฉลี่ย 1.7 ม. &#8230; พละกำลังถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว แต่ช่วงที่การเล่นของพวกเรากำลังราบรื่น พวกเราไม่ได้เตรียมสภาพจิตใจให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก &#8230; และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่</p>
<p>&#8230; บอกได้เลยว่ามันได้ทำลายความมั่นใจไปอย่างสิ้นเชิง &#8230; ทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทยมีการเสิร์ฟที่ดุดัน ทำให้การรับบอลแรกของพวกเราปั่นป่วนในเซตที่ 3 และสิ่งนี้มันยังส่งผลไปถึงความพ่ายแพ้ในเซตตัดสินด้วย &#8230; ในช่วง 2-3 คะแนนสุดท้าย การรับบอลแรกของลิเบโร่มันพังทลายอย่างไม่เป็นท่า</p>
<p>อาจเป็นได้ว่าการรับบอลแรกเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของพวกเรา &#8230; เมื่อพวกเราเล่นกับทีมอ่อนพวกเราจะมองไม่เห็นจุดอ่อนของตัวเอง &#8230; แต่เมื่อพวกเราเล่นกับทีมที่แข็งแกร่ง จุดอ่อนของพวกเราก็จะถูกเปิดเผยออกมา ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ถูกคู่ต่อสู้พลิกกลับมาเอาชนะได้อย่างแน่นอน</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกใช้งานตัวผู้เล่น &#8230; ในการแข่งขันในครั้งนี้มีลิเบโร่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ทำให้พวกเราประสบปัญหาไม่มีผู้เล่นทดแทน &#8230; โชคดีที่พวกเรายังมีผู้เล่นที่เก่งอย่าง ลี่ เฉินซวน &#8230; แต่ว่าเธอก็ไม่สามารถเล่นเพียงคนเดียวได้ &#8230; นัดต่อไปพวกเราจะไปเล่นในรอบจัดอันดับ &#8230; หวังผู้เล่นของพวกเราจะไม่ท้อแท้และพยายามจบในอันดับที่ 9 ให้ได้ &#8230; หวังว่าทุกคนจะอดทนกับทีมเยาวชนของพวกเราให้มากขึ้น &#8230; สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังสามารถเติบโตและพัฒนาขึ้นได้อีก</p>
<p><strong>ชมการแข่งขันย้อนหลัง ไทย พบ จีน</strong><br />
<iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/ffsYb7e5cG0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><strong>คอมเมนต์ชาวจีน</strong></p>
<p>外***<br />
แพ้ในเรื่องของโค้ช, มือเซต และลิเบโร่ &#8230; เทคนิคการเล่นก็ค่อนข้างเหมือนกับมือสมัครเล่น &#8230; ไม่เห็นน่าเสียดายเลย</p>
<p>车***<br />
ลิเบโร่ถือว่าแย่จริงๆ &#8230; แล้วก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการจ่ายบอลสอง หลายครั้งที่ไม่ตรงจุด &#8230; และความล้มเหลวในการบล็อก</p>
<p>有***<br />
โค้ชมีความเข้มงวดและเหมือนกับมือใหม่ &#8230; ไม่เข้าใจแก่นแท้ของวอลเลย์บอล &#8230; ผู้เล่น 12 คนมีสิทธิ์ในการหมุนเวียนกันมาเป็นผู้เล่นตัวหลักได้</p>
<p>大***<br />
ระดับของโค้ชทีมวอลเลย์บอลหญิงจีนตกต่ำถึงขั้นหลุดพ้นไปจากระดับเอเชียแล้วเหรอเนี่ย</p>
<p>有***<br />
ทำไมโค้ชทีมวอลเลย์บอลหญิงของพวกเราถึงเป็นผู้ชายหมดเลย?</p>
<p>放***<br />
โค้ชแก่เกินแกงไปแล้ว</p>
<p>有***<br />
ทีมจีนเสิร์ฟแย่มาก &#8230; ไม่มีการกระโดดเสิร์ฟเลย &#8230; เป็นปัญหาเดียวกันกับทีมชาติชุดใหญ่</p>
<p>慈***<br />
เกมนี้เหนือความคาดหมายจริงๆ! วอลเลย์บอลหญิงทีมจีนคิดว่าจะผ่านเข้ารอบได้อย่างง่ายดาย แต่โดนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยโต้กลับ ซึ่งน่าประหลาดใจจริงๆ</p>
<p>尼***<br />
แน่นอนว่า พวกคุณไม่ควรใส่ชุดขาว</p>
<p>候***<br />
ความพ่ายแพ้ของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติจีนสร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก &#8230; หลังจากที่พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม &#8230; แต่ก็ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ในรอบน็อคเอาท์อย่างน่าเหลือเชื่อ</p>
<p>用***<br />
เมื่อก่อน ทีม U17, U19 และ U21 ของจีน ผลการแข่งขันสามารถคาดหวังได้ &#8230; แต่ตอนนี้แม้แต่ไทยและญี่ปุ่นก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ &#8230; พวกเราจำเป็นต้องหาสาเหตุ</p>
<p>帮***<br />
โค้ชคือจุดอ่อนที่สุดของทีม! ไม่งั้นพวกเขาจะเอาชนะใน 2 เซตแรกได้ยังไง! เด็กๆ ก็มีพื้นฐานอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว &#8230; เพียงแต่ว่าโค้ชไม่มีการปรับเกมและแนะนำได้อย่างทันท่วงที &#8230; อย่าส่งต่อความรับผิดชอบให้กับผู้เล่นเมื่อคุณพ่ายแพ้!</p>
<p>SH***<br />
ทำคะแนนได้อย่างมากมายแต่ก็ยังแพ้ &#8230; มันต้องเกิดความผิดพลาดมากมายแน่ๆ &#8230; เทคนิคอ่อนและต้องการพึ่งพาแค่ความสูงเท่านั้น</p>
<p>小***<br />
ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของโค้ชหลิว เชียวหมิง คือ ความสามารถในการแก้เกมที่ไม่ตรงจุด</p>
<p>小***<br />
ถ้าหากมี ฉยง ฉินชิง ก็คงจะชนะไปแล้ว &#8230; เธอกล้าที่จะจ่ายบอลเร็ว</p>
<p>迢***<br />
น่าเสียดายที่ทีมจีนไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้</p>
<p>zha***<br />
วิ่งเป็นวงกลมแล้วก็ปรบมือ<br />
ตอบ 蟒***<br />
ฉันคิดว่ามันเหนื่อยนะ &#8230; ทำไมคุณถึงไม่ให้ทำไฮไฟว์หรือทำอะไรสักอย่าง &#8230; มันง่ายกว่านะ</p>
<p>用***<br />
ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ &#8230; ได้แชมป์กลุ่มโดยเอาชนะได้ทั้ง 5 นัด &#8230; แต่กลับตกรอบน็อกเอาท์?</p>
<p>万***<br />
ผู้เล่นเบอร์ 11 ควรจะถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากหมดแรง แล้วแทนที่ด้วยเบอร์ 2 &#8230; ส่วนเบอร์ 1 ก็ควรถูกแทนที่ด้วยเบอร์ 7 &#8230; และลิเบโร่ควรถูกเปลี่ยนออกก่อนเลย<br />
ตอบ 麦***<br />
ลิเบโร่เอาไปแค่คนเดียว</p>
<p>小***<br />
ไม่มีประโยชน์ที่จะไปตำหนิผู้ชนะหรือผู้แพ้ &#8230; แค่ทำเป็นบทสรุปและหาข้อบกพร่องและช่องว่างให้ดี</p>
<p>用***<br />
เทคนิคยังไม่ดีและยังขาดประสบการณ์ &#8230; เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>一***<br />
เป็นทีมที่ไม่มีผู้เล่นตัวรุกหลัก！เป็นทีมที่ไม่มีอนาคตเลย!</p>
<p>用***<br />
เหมือนกับโค้ชไช่บินเลย &#8230; และการแพ้ให้กับญี่ปุ่นและไทยทำให้แฟนๆ รู้สึกผิดหวังมาก!</p>
<p>用***<br />
เซตแรกแพ้ไทยเนื่องจากสภาพร่างกายของพวกเราเอง &#8230; แต่เมื่อทักษะพื้นฐานของพวกเราแย่ก็ทำให้ความแข็งแกร่งแย่ลงไปอีก &#8230; เซตที่ 2 แพ้ในเรื่องของกรรมการ ในแต้มสำคัญกรรมการมอบให้กับทีมไทยหมดเลย &#8230; โดยภาพรวมแล้วพวกเราจำเป็นต้องปรับปรุงตัวเอง &#8230; เมื่อพบกับญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และไทย พวกเราจะต้องไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้และกรรมการ &#8230; แล้วพวกเราก็จะไม่มีทางแพ้ให้กับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย</p>
<p>最***<br />
ลิเบโร่ทำผิดพลาดติดต่อกันในช่วงเวลาสำคัญ, ทำไมบอลสองถึงปล่อยให้ลิเบโร่เป็นคนจ่ายบอล? พูดไม่ออกเลย</p>
<p>Zh***<br />
มีข้อผิดพลาดมากมายมันหมายความว่าทักษะพื้นฐานยังไม่ดีพอและต้องฝึกฝนเพิ่ม</p>
<p>明***<br />
ผู้เล่นเก่งๆ เลื่อนชั้นไปอยู่ในชุด U21 กันหมดแล้ว &#8230; ดังนั้นผลการแข่งขันนี้ถือเป็นเรื่องปกติ</p>
<p><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/DUMU6pn8fLQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ขอบคุณภาพประกอบการบรรยาย (Photo credit)<br />
<a href="https://en.volleyballworld.com/volleyball/competitions/women-u19-world-championship-2023/schedule/17067/">www.volleyballworld.com</a></p>
<hr />
<p><strong>เรียบเรียงโดย อีเจ้</strong><br />
<strong>เพจ : <a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></strong><br />
<strong>เว็บ : <a href="http://kwamkidhen.com/">http://kwamkidhen.com/</a></strong><br />
<b>ยูทูป : <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b><br />
<strong>IG : <a href="https://www.instagram.com/ejcomment/">ejcomment</a></strong><br />
<strong>twitter : <a href="https://twitter.com/EJComment">EJComment</a></strong></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/22377"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/22377">บทความและคอมเมนต์ชาวจีน หลังแพ้ไทย 2-3 เซต ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก U19 2023</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดิญ ธิ จา ซาง วอนขอแฟนวอลย์อย่าเปรียบเทียบนักกีฬาไทยกับเวียดนาม</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/21486</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 May 2023 12:02:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเกมส์2023]]></category>
		<category><![CDATA[ดิญ ธิ จา ซาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=21486</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดิญ ธิ จา ซาง วอนขอแฟนวอลย์อย่าเปรียบเทียบนักกีฬาไทยกับเวียดนาม</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/21486">ดิญ ธิ จา ซาง วอนขอแฟนวอลย์อย่าเปรียบเทียบนักกีฬาไทยกับเวียดนาม</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>ดิญ ธิ จา ซาง วอนขอแฟนวอลย์อย่าเปรียบเทียบนักกีฬาไทยกับเวียดนาม</strong></h5>
<p>ดิญ ธิ จา ซาง อดีตตำแหน่งบอลเร็วของทีมนครนนท์ ที่เคยเล่นในศึกวอลเลย์บอลไทยลีก ได้ออกมาร่ายยาวในเพจเฟซบุ๊คของเธอ เพื่อขอให้แฟนวอลเลย์บอลหยุดเปรียบเทียบนักวอลเลย์บอลไทยกับนักวอลเลย์เวียดนาม ซึ่งมีใจความดังนี้</p>
<p>“กลับไปพักผ่อนก่อนแล้วค่อยมาฝึกฝนกันใหม่นะ”</p>
<p>ฉันแค่หวังว่าผู้เล่นในทีมจะมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัย &#8230; รักษาสปิริตแห่งความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันแบบนี้ตลอดไปและก้าวไปให้ไกลกว่านี้</p>
<p>ขอบคุณทีมสต๊าฟโค้ช ขอบคุณทุกคนสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาด้วยกันเพื่อให้มีเกมที่ดีและสู้ไปด้วยกันในทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึง</p>
<p>หยุดเปรียบเทียบ วิพากษ์วิจารณ์ และยัดเยียดความผิดให้กับนักกีฬาได้แล้ว ทุกคนมีความสามารถเฉพาะตัว ทุกคนมีจุดอ่อนและจุดแข็งเป็นของตัวเอง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ดังนั้นนักกีฬาทุกคนจึงมีส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นทีมที่เหนียวแน่น เข้มแข็ง และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน</p>
<p>ส่วนประเทศไทย พวกเขาลงทุนไปเท่าไหร่ พวกเขาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬากันอย่างไร พวกเขาทำระบบวอลเลย์บอลในประเทศของพวกเขาตั้งแต่ระดับทีมชาติ, สโมสร และโรงเรียนกันอย่างไร &#8230; ฉันมั่นใจว่าหลายคนไม่เข้าใจ ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะเปรียบเทียบนักกีฬาของตัวเองและคิดว่าการเอาชนะทีมไทยนั้นเป็นเรื่องง่าย (บางประเทศในภูมิภาคกำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน) อย่ามัวแต่นั่งวิจารณ์ เปรียบเทียบ และยัดเยียดความผิดให้กับนักกีฬาของคุณเลย &#8230; ได้โปรดใช้เวลาค้นหาสิ่งที่ประเทศอื่นๆ ได้ทำและลงทุนให้กับนักกีฬาของพวกเขาแล้วหันกลับมามองนักกีฬาของคุณ &#8230; แล้วคุณจะรู้สึกสงสารพวกเขา</p>
<p>ขออภัยถ้าหากฉันพูดอะไรที่ไม่ดี แต่นี่คือสิ่งที่ฉันคิดว่าได้ประสบพบเจอด้วยตัวเอง &#8230; สำหรับฉันแล้วนี่คือกลุ่มนักกีฬาที่เก่งและมีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่านักกีฬาไทยเลย ขอแค่ได้ลงทุนและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างด้วยความสามารถของประเทศ พวกเราก็จะไปได้ไกลกว่านี้</p>
<p>พวกเราค่อยๆ ยืนหยัดด้วยตัวเองและทำให้คู่ต่อสู้ไม่ประมาทและหวาดเกรงพวกเรา &#8230; พวกเราไม่ได้แพ้พวกเขาในสนามแต่พวกเราแพ้พวกเขาในด้านอื่นๆ<br />
#BCNVN2023</p>
<p><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/SP-e5ofg7os" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ภาพ: <a href="https://www.facebook.com/ThailandVolleyball">SMM Volleyball </a></p>
<hr />
<p><strong>เรียบเรียงโดย อีเจ้</strong><br />
<strong>เพจ : <a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></strong><br />
<strong>เว็บ : <a href="http://kwamkidhen.com/">http://kwamkidhen.com/</a></strong><br />
<b>ยูทูป : <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/21486"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/21486">ดิญ ธิ จา ซาง วอนขอแฟนวอลย์อย่าเปรียบเทียบนักกีฬาไทยกับเวียดนาม</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความ อินโดมองฟุตบอลไทย และไทยมองฟุตบอลอินโดอย่างไร?</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/14626</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2020 13:07:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[comment]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[คอมเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวอินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[มุมมอง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดมองฟุตบอลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยมองฟุตบอลอินโดนีเซีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=14626</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร คือ นครแห่งความงดงาม เป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมเก่าแก่ที่อยู่ติดกันจนแทบจะแยกกันไม่ออก ... เช่นเดียวกับฟุตบอลไทยที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก้าวหน้าอย่างมาก จนไม่ปล่อยพื้นที่หายใจให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ไล่ตามทัน</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/14626">บทความ อินโดมองฟุตบอลไทย และไทยมองฟุตบอลอินโดอย่างไร?</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>บทความ อินโดมองฟุตบอลไทย และไทยมองฟุตบอลอินโดอย่างไร?</strong></h5>
<p>กรุงเทพมหานคร คือ นครแห่งความงดงาม เป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมเก่าแก่ที่อยู่ติดกันจนแทบจะแยกกันไม่ออก &#8230; เช่นเดียวกับฟุตบอลไทยที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก้าวหน้าอย่างมาก จนไม่ปล่อยพื้นที่หายใจให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ไล่ตามทัน</p>
<p>ตอนนี้ผมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ได้เห็นถึงความวุ่นวาย, ฝีเท้าอันรวดเร็ว และการไล่ตามความฝันเพื่อใช้ชีวิต &#8230; คลองเตยและการท่าเรือ เอฟซี เป็นอะไรที่เซ็กซี่มากในสายตาของผม &#8230; แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและเมืองทอง ยูไนเต็ดก็ตาม &#8230; ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสโมสรที่ร่ำรวยอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ที่อยู่ทางภาคเหนือของดินแดนแห่งช้างเผือกอีกด้วย</p>
<p>กรุงเทพมหานครทำให้ลมหายใจของผมถูกบดขยี้ไปด้วยกลิ่นอายแห่งฟุตบอล</p>
<p>มีอยู่วันหนึ่ง ผมต้องแพ็คกระเป๋าเดินทางไปที่จังหวัดกระบี่ น้องสาวของผมกำลังไปเที่ยวอยู่ที่นั่น &#8230; ขณะที่เงินในกระเป๋ากำลังจะหมดแล้ว &#8230; แต่มันคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้พบกับน้องสาว ด้วยจำนวนเงินที่เหลืออยู่ การเดินทางด้วยรถบัสน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด</p>
<p>จากสายใต้ใหม่ (ขอโทษนะครับถ้าสะกดผิด) กรุงเทพมหานคร, รถบัสของผมเดินทางไปที่จังหวัดสุราษธานี พวกเขากล่าวว่ามันมีราคาถูกกว่า และจากสุราษธานีก็ใช้รถโดยสารสาธารณะเดินทางต่อไปยังกระบี่ แต่ใครจะคิดว่าบนรถบัสคันนี้ผมจะได้ถูกทดสอบอารมณ์และความเป็นชาตินิยมของผม</p>
<p>บนรถบัส, ผมได้เจอกับคนไทยที่รักในกีฟาฟุตบอล/เป็นแฟนฟุตบอลไทย &#8230; เขาพูดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการเป็นคู่แข่งขันกันระหว่างประเทศของเขากับอินโดนีเซีย &#8230; จากเรื่องนี้ เดี๋ยวผมจะเขียนสรุปให้อ่านกัน</p>
<p>คุณคิดว่าอินโดนีเซียคือคู่แข่งรายใหญ่ของไทยหรือไม่?</p>
<p>โดยบทความนี้ผมขอเรียกชื่อเขาว่า เทพ (ผู้เขียนใช้คำว่า Tapa แต่ผู้แปลขอใช้คำว่า เทพ เพื่อให้เข้าใจง่าย) , เทพกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “โอ้ววว อินโดนีเชียยังคงเป็นคู่แข่งของไทยหรือไม่นะเหรอ? ผมต้องขอโทษด้วยนะ &#8230; คู่แข่งขันในปัจจุบันของพวกเราคือประเทศในเอเชียตะวันออก &#8230; ไม่ใช่อินโดนีเซียอีกต่อไปแล้ว”</p>
<p>ผมถอนหายใจ และพวกคุณคงรับรู้แล้วว่า ทำไมผมถึงกล่าวในตอนต้นว่า ความเป็นชาตินิยมของผมถึงถูกทดสอบอย่างแรง</p>
<p>เทพกล่าวต่อไปว่า “ต้องขอโทษด้วยถ้าผมทำให้ขุ่นเคืองใจ ถ้าผมจำเป็นต้องเลือก ดูเหมือนว่าคู่แข่งที่คู่ควรน่าจะเป็นมาเลเซียและเวียดนาม (ในการแข่งขัน AFF Cup) ในขณะเดียวกันฟิลิปปินส์ก็ไม่สามารถมองข้ามได้เนื่องด้วยอันดับฟีฟ่า”</p>
<p>แทนที่ผมจะรู้สึกหงุดหงิด แต่กลับรู้สึกสนใจในมุมมองของเทพ</p>
<p>เขากล่าวต่อไปว่า “ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสมาคมฟุตบอล (ไม่ว่าจะเป็น FAT หรือ PSSI) มันต้องมีลักษณะอื่นๆ ที่นอกเหนือจากฟุตบอล &#8230; เพราะถ้าบอกว่าไม่มี มีแต่เรื่องของฟุตบอลเพียงอย่างเดียว นั่นมันเป็นเรื่องโกหก &#8230; หรือถ้าหากมี บุคคลคนนั้นก็จะถูกคัดออก เพราะว่าจะไม่สามารถเชิญเข้ามาร่วมทำงานกันได้ หรือที่เรียกว่า สมคบคิด &#8230; ถ้าหากบุคคลประเภทนั้นเข้ามาจริงๆ &#8230; โดยทั่วไปแล้วก็จะกลายเป็นแค่เกราะกำบังหรือกลายเป็นขี้ข้าของสมาคมฟุตบอล”</p>
<p>จากนั้น ผมจึงถามเขาว่า FAT (สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย) ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันใช่ไหม? จากนั้นเขาก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาจนทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ</p>
<p>“ผมกำลังพูดถึงสมาคมฟุตบอลในประเทศของผมอย่างมากมาย แต่เงื่อนไขมันก็คงจะเหมือนกันใช่ไหม? ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยและอินโดนีเซียเท่านั้น &#8230; แต่ผมเชื่อว่าแม้แต่ในมาเลเซีย, เวียดนาม หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นก็คงจะเป็นเหมือนๆ กัน &#8230; แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผลงานของสมาคมฟุตบอลในแต่ละประเทศแตกต่างกัน นั่นก็คือ ความเป็นมืออาชีพ”</p>
<p>ผมยิ้มกว้างให้กับสิ่งที่เทพพูดซึ่งดูเหมือนจะเป็นอุดมคติเกินไป แล้วผมก็ถามเขาว่า การเมืองทำให้วงการฟุตบอลเป็นมืออาชีพได้ด้วยเหรอ? เทพก็ตอบว่า ใช่</p>
<p>“ท้ายที่สุดแล้ว, ทุกอย่างมันก็เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้วนะพี่ชาย” ผมยังจำรอยยิ้มของเทพได้ตอนที่เขากำลังพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้</p>
<p>แล้วอะไรคือความแตกต่างทางการเมืองของประเทศไทยและอินโดนีเซียละ?</p>
<p>“ถ้าหากอุตสาหกรรมฟุตบอลยังมีอยู่ มันก็ช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลได้ และหลังจากที่มีอุตสาหกรรมฟุตบอลแล้วก็จะมีผู้คนมากมายที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ &#8230; แล้วการเมืองก็คงจะสงบลง” เทพกล่าว (ผมตีความหมายจากคำพูดของเทพว่า ฟุตบอลช่วยสนับสนุนผู้คน ทั้งในเรื่องทางวัตถุและความบันเทิง”</p>
<p>ผมไม่ได้สนใจมองถนนหนทางแล้ว &#8230; ตอนนี้ผมอยากจะรู้ถึงความคิดเห็นของหนึ่งในแฟนบอลไทยหลายล้านคน เกี่ยวกับอินโดนีเซีย</p>
<p>“เฮ้” เทพยักคิ้ว แล้วกระซิบเบาๆ แม้จะดูเหมือนว่าเขาพูดเสียงดังก็ตามเถอะ</p>
<p>“ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ก็เป็นนักการเมือง, ประธานสโมสรการท่าเรือก็เช่นกัน หรือแม้แต่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็เป็นนักการเมือง วงการฟุตบอลของพวกเราเต็มไปด้วยนักการเมือง &#8230; ผมยอมรับนะ &#8230; สมาคมฟุตบอลของคุณก็เหมือนกันใช่ไหมละ?</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็พูดต่อว่า “การเมืองของพวกเรา คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดุจพระเจ้าใช่หรือไม่? ก็คงไม่ใช่ &#8230; นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลคนก่อน และเป็นบุคคลสำคัญของเมืองทอง ยูไนเต็ด (ในปี 2006 นายวรวีร์ เคยเป็นเจ้าของทีมหนองจอก พิทยานุสสรณ์ เอฟซี ซึ่งเป็นชื่อเดิมของ เมืองทอง ยูไนเต็ด) และเขาเคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 และ 2022 ด้วย &#8230; แล้วการเมืองในอินโดนีเซียละเป็นยังไงบ้าง? มันคงต้องแย่กว่านี้แน่ๆ เลย” เขาหัวเราะ &#8230; ผมทำได้แค่พยักหน้า</p>
<p>เทพยังคงเน้นย้ำถึงความเป็นมืออาชีพ “ไม่ว่านักการเมืองจะทำอะไรมาก็ตาม ถ้าหากเขาเข้ามาสู่โลกแห่งฟุตบอล แล้วมาทำร้ายวงการฟุตบอลในลักษณะของการเมืองส่วนตัว &#8230; ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยที่เข้มแข็งอย่างผม และอีกหลายๆ คนจะไม่ไว้วางใจเขาอีกต่อไป &#8230; และคนคนนั้นก็จะต้องพังพินาศไป”</p>
<p>ผมทำได้แค่นั่งเงียบ แล้วมาเปรียบเทียบกับนักการเมืองของอินโดนีเซียที่อยากเข้ามายังสมาคมฟุตบอลเพียงเพื่อต้องการชื่อเสียง และน่าเสียดายที่บ่อยครั้งก็เข้ามาทำลายความหวังที่จะได้เห็นประเทศอันเป็นที่รักของพวกเราประสบความสำเร็จ &#8230; ก็จริงอย่างที่เทพว่า &#8230; ฟุตบอลอินโดนีเซียเต็มไปด้วยคนฉลาดมากมาย &#8230; แต่ถ้าเป็นเรื่องของความเป็นมืออาชีพ แทบจะนับคนได้เลย”</p>
<p>📝 ผู้เขียน: Gusti Aditya (กุสตี อะดิเตีย)</p>
<p><iframe loading="lazy" width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/EdUP3Ma7Pv0" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe></p>
<p><strong>***นี่คือความคิดเห็นเพียงบางส่วนที่นำฝากเพื่อนๆ เท่านั้น ไม่สามารถเหมารวมว่าเป็นความคิดเห็นของคนทั้งประเทศได้ &#8230; นำมาฝากเพื่อให้เห็นถึงทัศนคติของชาวต่างชาติและเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ได้โปรดใช้สติและวิจารณญาณในการรับชมรับฟังด้วยนะครับ***</strong></p>
<p><strong>แปลโดย : แอดมินอีเจ้</strong><br />
<strong>เครดิตเพจ : <a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></strong><br />
<strong>เครดิตเว็บ : <a href="http://kwamkidhen.com/">http://kwamkidhen.com/</a></strong></p>
<p><b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/14626"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/14626">บทความ อินโดมองฟุตบอลไทย และไทยมองฟุตบอลอินโดอย่างไร?</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความและคอมเมนต์จากเกาหลีใต้เรื่องการส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลทีมไทยในซีเกมส์</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/13668</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Dec 2019 07:06:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[คอมเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[comment]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวเกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติเกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[มุมมอง]]></category>
		<category><![CDATA[วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งโค้ชมาเก็บข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิกรอบคัดเลือกรอบแรก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=13668</guid>

					<description><![CDATA[<p>หัวข้อบทความ: เกาหลีใต้ส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยในซีเกมส์2019 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยกำลัง “เปิดเผยข้อมูล” ต่อสาธารณะ ... ทีมเกาหลีใต้ส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลที่สนาม</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/13668">บทความและคอมเมนต์จากเกาหลีใต้เรื่องการส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลทีมไทยในซีเกมส์</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>บทความและคอมเมนต์จากเกาหลีใต้เรื่องการส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลทีมไทยในซีเกมส์</strong></h5>
<p><strong>หัวข้อบทความ: เกาหลีใต้ส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยในซีเกมส์2019</strong></p>
<p>ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยกำลัง “เปิดเผยข้อมูล” ต่อสาธารณะ &#8230; ทีมเกาหลีใต้ส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลที่สนาม</p>
<p>วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ &#8230; มาดูกันว่าฟอร์มการเล่นของพวกเขาหลังจากเก็บตัวฝึกซ้อมมาเป็นเวลา 2 เดือนจะเป็นอย่างไร</p>
<p>ผู้เล่นทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยทุกคนกำลังจะเปิดเผยข้อมูลสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายซึ่งพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ &#8230; โดยทีมชาติไทยจะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์</p>
<p>โดยการแข่งขันซีเกมส์ในปีนี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันโอลิมรอบคัดเลือกที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนมกราคม 2020</p>
<p>สำหรับทีมวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้ได้ให้ความสนใจกับฟอร์มการเล่นของทีมไทย, ซึ่งทุ่มเทเก็บตัวฝึกซ้อมมาเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว &#8230; อันที่จริงแล้ว วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้มีการเลื่อนลีกภายในประเทศของพวกเขาเพื่อที่จะมุ่งมั่นคว้าตั๋วสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกที่โตเกียว และเมื่อ 2 เดือนที่แล้วเหล่าบรรดาผู้เล่นชั้นนำของทีมชาติไทยก็ต่างถูกเรียกตัวมาเพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติ</p>
<p>เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เวลาในการฝึกซ้อมสำหรับทีมชาติเพื่อการแข่งขันโอลิมปิกรอบคัดเลือกนานกว่า 3 เดือน &#8230; สำหรับ 3 เดือนที่ว่านี้ พวกเขาได้โฟกัสไปที่การฝึกซ้อมและการวิเคราะห์ผู้เล่นเกาหลีใต้ &#8230; พวกเขากำลังทำ “สงครามระดับชาติ” โดยตั้งใจที่จะเอาชนะเกาหลีใต้ให้ได้เพื่อไปแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์</p>
<p><strong>&#8211; ทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติก่อนลุยศึกโอลิมปิกรอบคัดเลือก</strong></p>
<p>ผลจากการเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นเวลา 2 เดือนจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยกำลังจะเปิดเผยข้อมูลในกีฬาซีเกมส์และพวกเขาจะลงเล่นนัดแรกในวันที่ 3 ธันวาคมนี้</p>
<p>ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงซีเกมส์ มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ ไทย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยมีเฉพาะทีมที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่เข้าร่วมรายการนี้ ทั้ง 4 ประเทศจะแข่งขันกันแบบพบกันหมด ตั้งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 7 ธันวาคม แล้วนำเอา 2 ทีมที่ดีที่สุด ไปแข่งขันนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 9 ธันวาคม นี้</p>
<p>สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยได้ประกาศรายชื่อ 14 ผู้เล่นทีมชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ 2019 ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการรวมผู้เล่นทีมชาติทั้งหมด และมีแนวโน้มสูงที่ผู้เล่นชุดนี้จะปรากฏตัวในการแข่งขันโอลิมปิกรอบคัดเลือกในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้</p>
<p><strong>&#8211; รายชื่อผู้เล่นทีมชาติไทยมีดังนี้</strong><br />
ผู้เล่นแนวรุก ประกอบด้วย อัจฉราพร (24 ปี สูง 178 ซม.), ชัชชุอร (20 ปี สูง 178 ซม.), อรอุมา (33 ปี สูง 175 ซม.), วิลาวัณย์ (35 ปี สูง 174 ซม.), พิมพิชยา (21 ปี สูง 178 ซม.), มลิกา (32 ปี สูง 178 ซม.)<br />
ผู้เล่นในแดนกลางประกอบด้วย ปลื้มจิตร์ (36 ปี สูง 180 ซม.), ทัดดาว (25 ปี สูง 184 ซม.), วัชรียา (23 ปี สูง 177 ซม.), ฑิชากร (18 ปี สูง 180 ซม.)<br />
มือเซตประกอบด้วย นุศรา (34 ปี สูง 169 ซม.), พรพรรณ (26 ปี สูง 170 ซม.)<br />
ลิเบโร่ประกอบด้วย ปิยนุช (30 ปี สูง 171 ซม.) และยุพา (28 ปี สูง 166 ซม.)</p>
<p>ผู้เล่นส่วนใหญ่มีพัฒนาการด้านสภาพร่างกายที่ดี &#8230; ซึ่งเป็นผลจากการเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นเวลา 2 เดือน</p>
<p>ทีมไทยเอาชนะอินโดนีเซียไปได้ 3-0 เซต 25-13, 25-15, 25-9 ในการแข่งขันนัดแรกที่สนามฟิลสปอร์ต อารีนา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา</p>
<p>ในนัดนี้ทีมไทยเอาชนะไปแบบไม่ยากเย็นนัก โดยพวกเขายังไม่ได้ส่งผู้เล่นคนสำคัญอย่างปลื้มจิตร์, อรอุมา และอัจฉราพรลงสนาม &#8230; แต่อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียยังไม่ใช่คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับทีมไทยนัก</p>
<p>ผู้เล่นที่ทำคะแนนได้สูงสุดของทีมไทย คือ พิมพิชยา 15 คะแนน รองลงมาคือวิลาวัณย์ 10 คะแนน, มลิกา 7 คะแนน, ชัชชุอร 3 คะแนน, ทัดดาว 7 คะแนน, ฑิชากร 6 คะแนน และนุศรา 5 คะแนน โดยชัชชุอรลงสนามในเซตที่ 2 และ 3 ในฐานะตัวสำรอง</p>
<p>ดูเหมือนว่าผู้เล่นทีมชาติไทยจะผอมลง, มีสภาพร่างกายที่ฟิต และมีระบบการเล่นที่ดีขึ้น &#8230; ซึ่งเป็นผลจากการทุ่มเทเก็บตัวฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา</p>
<p>อันที่จริงแล้ว ผู้เล่นตัวหลักของทีมชาติไทยได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บทั้งระดับรุนแรงและเล็กน้อยจากการใช้ร่างกายมาอย่างหนักหน่วงในรายการระดับนานาชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ในช่วงเวลานั้นเองพวกเขาก็ทำผลงานได้ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไรนักในรายการใหญ่ๆ &#8230; แต่อย่างไรก็ตามผู้เล่นทีมชาติไทยได้แสดงให้เห็นถึงผลงานที่น่าประทับใจผ่านการถ่ายทอดสดด้วยสภาพร่างกายที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p><strong>&#8211; “นักฆ่าเกาหลีใต้” พิมพิชยาฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว</strong></p>
<p>หนึ่งในผู้เล่นที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในการแข่งขัน คือ พิมพิชยา ก๊กรัมย์ &#8230; เธอคือผู้เล่นตัวตบหลักของทีมชาติไทย ก่อนที่เธอจะได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าในการแข่งขันเวิลด์แชมเปียนชิพเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว &#8230; เนื่องจากอาการบาดเจ็บ เธอจึงไม่ได้ลงทำการแข่งขันทุกรายการระดับนานาชาติในปีนี้ เช่น วอลเลย์บอลเนชันส์ลีก (VNL), โอลิมปิกรอบคัดเลือกที่โตเกียว และรายการชิงแชมป์เอเชียที่กรุงโซล</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม การกลับมาสู่ทีมชาติอีกครั้งของเธอก่อนที่จะถึงรายการสำคัญอย่างโอลิมปิกรอบคัดเลือกผ่านการเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ในรายการซีเกมส์ในครั้งนี้, สภาพร่างกายของเธอกลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่อีกครั้ง และฟอร์มการเล่นของเธอกลับมาเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว</p>
<p>พิมพิชยา คือ ผู้เล่นที่จำเป็นต้องวิเคราะห์และเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษสำหรับทีมชาติเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอมักจะเล่นได้อย่างแข็งแกร่งเมื่อพบกับเกาหลีใต้ &#8230; ในรายการเอเชียนเกมส์ 2018 และเวิลด์แชมเปียนชิพ 2018 เธอมีบทบาทอย่างมากในฐานะผู้เล่นตัวตบหลักของทีมชาติไทย &#8230; และทั้งสองรายการ เธอคือนักล่าแต้มที่ทำให้สามารถเอาชนะเกาหลีใต้ได้ &#8230; โดยในรายการเอเชียนเกมส์ เธอทำไป 13 คะแนน และในรายกายเวิลด์แชมเปียนชิพ เธอคือผู้ทำคะแนนสูงสุดของทั้งสองทีม (25 คะแนน)</p>
<p>เกมรับของเกาหลีใต้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเมื่อพวกเขาใช้ผู้เล่นที่มีสไตล์การโจมตีที่รวดเร็วอย่างพิมพิชยา</p>
<p>ขณะที่ทั้งไทยและอินโดนีเซียซึ่งกำลังแข่งขันในรายการซีเกมส์อยู่ในขณะนี้ ก็จะต้องเผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ในรายการโอลิมปิกรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย โซนเอเชีย ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 7-12 มกราคมปีหน้า</p>
<p>คาดการณ์ว่าทีมไทยจะเป็นแชมป์กลุ่มกับเกาหลีใต้ ส่วนอินโดนีเซียจะพบกับเกาหลีใต้ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยในกลุ่มบี ประกอบด้วย เกาหลีใต้, คาซัคสถาน, อิหร่าน และอินโดนีเซีย &#8230; กลุ่มเอ ประกอบด้วย ไทย, ไต้หวัน และออสเตรเลีย &#8230; หลังจากที่จบรอบแบ่งกลุ่มแล้ว พวกเขาก็จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยจะไปพบกับทีมอันดับที่ 2 ของแต่ละกลุ่ม</p>
<p><strong>&#8211; โค้ชเกาหลีใต้ได้เดินทางไปที่สนามเพื่อนำข้อมูลของผู้เล่นมา “วิเคราะห์และอภิปราย”</strong></p>
<p>สมาคมวอลเลย์บอลเกาหลีใต้จะส่งสต๊าฟโค้ชทีมชาติไปยังประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ &#8230; คัง ซึง ฮยอง และคิม ซึง ฮยุน สต๊าฟโค้ชของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติเกาหลีใต้จะเดินทางถึงฟิลิปปินส์ในช่วงเช้าวันที่ 7 ธันวาคม และพวกเขาจะนั่งชมการแข่งขันระหว่างไทย กับ เวียดนาม ในช่วงบ่ายวันที่ 7 ธันวาคม และนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 9 ธันวาคม</p>
<p>โดยทางทีมสต๊าฟโค้ชจะเก็บรวบรวมข้อมูลในสนามเพื่อนำมาวิเคราะห์และอภิปรายกับผู้เล่นในช่วงที่พวกเขาเริ่มต้นรวมตัวฝึกซ้อมกันในวันที่ 16 ธันวาคมนี้</p>
<p>ทางสมาคมวอลเลย์บอลเกาหลีใต้จะมีการจัดประชุมร่วมกับทีมวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้ (KOVO) ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ และเมื่อเร็วๆ นี้สมาคมฯ ได้ตัดสินใจเรียกตัว “ผู้เล่นทีมชาติ” เร็วกว่ากำหนด 1 สัปดาห์ โดยจะเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมในวันที่ 16 ธันวาคม ซึ่งเดิมทีมีกำหนดการฝึกซ้อมในวันที่ 22 ธันวาคม</p>
<p>เนื่องจากผู้เล่นมีตารางการแข่งขันวอลเลย์บอลลีกที่หนาแน่น จึงต้องการให้ผู้เล่นที่เหนื่อยล้าได้มีเวลาพักฟื้นและปรับสภาพร่างกาย ก่อนที่โค้ชลาวารินีจะเดินทางมาถึงเกาหลีใต้ &#8230; โดยคาดการณ์ว่าเขาจะใช้ช่วงเวลานี้ในการเตรียมความพร้อมในการฝึกซ้อมแท็กติก &#8230; นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการเรียกตัวเร็วขึ้นจะช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บที่รุนแรงและการบาดเจ็บเพิ่มเติมสำหรับผู้เล่นทีมชาติได้</p>
<p>ข้อมูลที่ได้รับจากการเก็บข้อมูลทีมชาติไทยในกีฬาซีเกมส์จะเป็นประโยชน์สำหรับการเก็บตัวผู้เล่นในช่วงแรก โดยเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ที่จัดการทีมชาติได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ทีมสต๊าฟโค้ชจะเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้เล่นทีมชาติไทยในรายการซีเกมส์ จากนั้นพวกเราก็นำข้อมูลมาวิเคราะห์และอภิปรายร่วมกันกับผู้เล่นทีมชาติในช่วงที่ผู้เล่นกำลังฟื้นฟูสภาพร่างกายในการเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงแรก</p>
<p><strong>ที่มาบทความ m.sports.naver.com</strong></p>
<p><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/Qb_7z2o2Jno" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>***ไม่อนุญาตให้คัดลอกลงเว็บไซต์หรือช่องยูทูปอื่นๆ นะจ๊ะ***</strong></span></p>
<p><strong>คอมเมนต์ชาวเกาหลีใต้เกี่ยวกับบทความนี้</strong></p>
<p>al***<br />
เตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดเพื่อให้พวกเราคว้าตั๋วไปโอลิมปิก!!!!!!</p>
<p>스***<br />
ถ้าคุณแพ้ให้กับประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ &#8230; คุณก็ไปตายซะ</p>
<p>ㅋ***<br />
จงใช้เวลาที่เหลือในการวิเคราะห์ และจงทำให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้แข็งแกร่ง</p>
<p>수***<br />
จงวิเคราะห์และเตรียมความพร้อมเอาไว้ให้ดี &#8230; และอย่าให้มีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ &#8230; ไม่ใช่แค่ คิม ยอน คยองและอี แจ-ยองเท่านั้นแต่มีผู้เล่นอีกหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บ &#8230; คุณจำเป็นต้องปรับตารางเวลาให้เหมาะสม &#8230; ฉันกังวลว่าทุกคนจะเหนื่อยล้าเนื่องจากไม่มีเวลาพักฟื้น</p>
<p>정***<br />
มันคือความจริงที่ว่าทีมไทยก้าวนำเราไป 1 ก้าวแล้วด้วยการใช้ลูกวอลเลย์บอลของมิกาซ่าอย่างเป็นทางการ</p>
<p>hy****<br />
ประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมในทีมชาติ &#8230; ส่วนเกาหลีใต้ &#8230; ผู้เล่นต้องทำงานอย่างหนักจากตารางการแข่งขันที่หนาแน่นของลีกภายในประเทศ &#8230; ผลมันก็คงจะชัดเจนอยู่แล้ว</p>
<p>챨***<br />
ไม่เห็นมีใครพูดเลยว่ามีการส่งนักวิเคราะห์ไปด้วยกัน คือ การเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยหัวใจ แล้วก็ถ่ายวิดีโอพร้อมบรรยายแล้วนำกลับมาวิเคราะห์ &#8230; มันเป็นเรื่องที่น่าสงสารจริงๆ &#8230; ฉันคิดว่าค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์ของสมาคมวอลเลย์บอลน่าจะประมาณ 20000 วอนเท่านั้น (ประมาณ 518 บาท)</p>
<p>코***<br />
ทีมเกาหลีใต้ได้ผู้เล่นที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้ากลับมา แล้วพวกเขาก็กากอีกด้วย</p>
<p>몽***<br />
สมาคมวอลเลย์บอลสามารถบริหารจัดการเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของผู้เล่นได้หรือไม่ … ไม่มีอำนาจหรือว่าไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการ &#8230; เป็นเรื่องที่แย่จริงๆ</p>
<p>ke***<br />
พวกเรากำลังตามหาผู้เล่นที่เสิร์ฟและบล็อกได้อย่างแข็งแกร่ง &#8230; อย่าเลือกผู้เล่นที่ไม่สามารถรับใช้ทีมชาติได้</p>
<p>심***<br />
คนไทยไม่ได้ตัวสูงมาก &#8230; แต่เก่งนะ</p>
<p>한***<br />
ทีมวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้ สู้ๆ &#8230; อี แจ-ยอง สู้ๆ</p>
<p>re***<br />
พวกเรามาสนับสนุนสมาคมฯ อย่างเต็มที่กันเถอะ &#8230; อย่าทำสงครามข้อมูลข่าวสารกันเลย &#8230; ขอให้พวกคุณทำงานอย่างหนักเพื่อเป็นเกียรติแก่สมาคมฯ</p>
<p>탄***<br />
ฉันไม่รู้ว่าคุณเคยได้ยินชื่อของผู้เล่นไทยมาหลายครั้งแล้วหรือไม่</p>
<p>ro***<br />
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็มีข้อจำกัดอยู่ &#8230;. อาจจะมีเกมป้องกันที่ดีขึ้น, ทีมเวิร์คที่ดีขึ้น, และถึงจุดสูงสุดของสภาพร่างกายและความแข็งแกร่งแล้ว &#8230; แต่การมีผู้เล่นที่ค่อนข้างอายุมากก็อาจจะส่งผลเช่นกัน</p>
<p>크***<br />
พิมพิชยา &gt;&gt;&gt; ภัยพิบัติที่แท้จริง</p>
<p>do****<br />
ถ้าแม้แต่ทีมไทยยังไม่สามารถเอาชนะได้ ก็ถือว่าตกต่ำมาก &#8230; ถ้าหากทีมเกาหลีใต้พังก็จะได้รู้ว่าสาเหตุมันเกิดมาจากอะไร?</p>
<p>17***<br />
ก็ถือว่าน่ากลัวอยู่นะ &#8230; แต่พวกเรายังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดสีชมพู อย่าง อี แจ-ยอง!!!!!</p>
<p>시***<br />
ฉันจะไปดูการแข่งขัน 2 นัด &#8230; มันคงจะดีกว่านี้ถ้าได้ไปดูทั้ง 4 นัด &#8230; แต่ประเด็นมันอยู่ที่งบประมาณนี่แหละ</p>
<p>꾸***<br />
ได้โปรดทำผลงานให้ดีที่สุด</p>
<p>sa***<br />
ทีมเกาหลีใต้อยู่เหนือทีมไทย &#8230; ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลเกี่ยวกับเรื่องแพ้หรือชนะ &#8230; ถ้าคุณกลัวทีมไทย ก็คงไม่มีความหมายอะไรที่จะต้องไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก</p>
<p>사***<br />
ฉันอยากจะเห็นมือเซตอย่างนุศราในทีมเกาหลีใต้บ้าง</p>
<p>강***<br />
การอ่านชื่อของผู้เล่นไทยมันยากการเล่นวอลเลย์บอลเสียอีก &#8230; อัจฉราพร, ชัชชุอร, วิลาวัณย์, ยุพา, มลิกา, ปลื้มจิตร์, ทัดดาว, วัชรียา, ฑิชากร, พรพรรณ, ปิยนุช</p>
<p><strong>***นี่คือความคิดเห็นเพียงบางส่วนที่นำฝากเพื่อนๆ เท่านั้น ไม่สามารถเหมารวมว่าเป็นความคิดเห็นของคนทั้งประเทศได้ &#8230; นำมาฝากเพื่อให้เห็นถึงทัศนคติของชาวต่างชาติและเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ได้โปรดใช้สติและวิจารณญาณในการรับชมรับฟังด้วยนะครับ***</strong></p>
<p><strong>แปลโดย : แอดมินอีเจ้</strong><br />
<strong>เครดิตเพจ : <a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></strong><br />
<strong>เครดิตเว็บ : <a href="http://kwamkidhen.com/">http://kwamkidhen.com/</a></strong></p>
<p><b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b><br />
<b>ไม่อยากพลาดข่าวสารและบทความดีๆ อย่าลืมกดไลค์ด้วยนะจ๊ะ ^^</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcommentinternationalfans%2F&amp;tabs=timeline&amp;width=400&amp;height=150&amp;small_header=false&amp;adapt_container_width=false&amp;hide_cover=false&amp;show_facepile=false&amp;appId=617059541826616" width="400" height="150" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/13668"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/13668">บทความและคอมเมนต์จากเกาหลีใต้เรื่องการส่งโค้ชไปเก็บข้อมูลทีมไทยในซีเกมส์</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระหึ่ม!ฟีฟ่าตีบทความ &#8220;อาจถึงเวลาที่ไทยจะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่&#8221;</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/13261</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2019 05:56:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ช้างศึก]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีฟ่า]]></category>
		<category><![CDATA[อาจถึงเวลาที่ไทยจะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=13261</guid>

					<description><![CDATA[<p>สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ตีบทความถึง ทีมชาติไทย ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ หลังออกสตาร์ท 3 นัดแรก ได้อย่างยอดเยี่ยม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/13261">กระหึ่ม!ฟีฟ่าตีบทความ &#8220;อาจถึงเวลาที่ไทยจะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่&#8221;</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระหึ่ม!ฟีฟ่าตีบทความ &#8220;อาจถึงเวลาที่ไทยจะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่&#8221;</strong></p>
<p>สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ตีบทความถึง ทีมชาติไทย ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ หลังออกสตาร์ท 3 นัดแรก ได้อย่างยอดเยี่ยม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2</p>
<p>ช้างศึก เพิ่งเปิดบ้านชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 2-1 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มจี มี 7 คะแนนจาก 3 นัดแรก อีกทั้งล่าสุดยังขยับอันดับ ฟีฟ่า แรงกิ้ง ขึ้นมาถึง 5 อันดับ จาก 114 มาอยู่ที่ 109 ของโลก ซึ่งนับเป็นชาติจากเอเชีย ที่มีการขยับอันดับขึ้นมา มากที่สุด ร่วมกับ กาตาร์ และ อิรัก</p>
<p>ฟีฟ่า ตีบทความถึง ช้างศึก เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่า “ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่ อากิระ นิชิโนะ ได้รับการจับตามองในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีของพวกเขา ชนะ 2 นัด และ เสมอ 1 นัด ถือเป็นผลการแข่งขันที่ทำให้ทีมขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของกลุ่มแบบค่อนข้างเซอร์ไพรส์ โดยแม้ว่าจะเสมอกับ เวียดนาม แบบไร้สกอร์ในนัดแรก แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็โชว์ฟอร์มบุกไปถล่ม อินโดนีเซีย ได้ถึง 3-0 ก่อนจะเปิดบ้านชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปได้อีก 2-1”</p>
<p>“ทีมชาติไทย มีนักเตะดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้เตะตามากที่สุดในทัวร์นาเมนต์อย่าง สุภโชค สารชาติ วัย 21 ปี ที่เป็นฮีโร่ ในเกมชนะ อินโดนีเซีย โดยทำ 2 ประตู พร้อมเรียกอีกหนึ่งจุดโทษ พาทีมเก็บ 3 คะแนนแรกอย่างสวยหรู ไม่เพียงเท่านั้น ยังมี เอกนิษฐ์ ปัญญา วัย 20 ปีอีกคน ที่เล่นได้ดี ทำ 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ ช่วยทีมเปิดบ้านล้ม ยูเออี ได้ในเกมล่าสุด”</p>
<p>“ด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ทำให้อันดับแรงกิ้งของทีม ขยับขึ้นถึง 5 อันดับ จาก 114 ของโลก มาอยู่ที่ 109 ของโลก ในเดือนตุลาคม ซึ่งนับเป็นทีมจากทวีปเอเชีย ที่มีอันดับขยับมากที่สุด ร่วมกับ กาตาร์ และ อิรัก โดยถือเป็นผลงานที่ดีขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2014”</p>
<p>“บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่ ทีมชาติไทย จะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ หลังเคยไต่ขึ้นไปอยู่อันดับสูงที่สุด 43 ของโลก ในเดือนกันยายน ปี 1998 จากนั้น 16 ปีต่อมา กลับร่วงลงมาอยู่ในอันดับต่ำที่สุด 165 ในเดือนตุลาคม ปี 2014 ก่อนปัจจุบันทำอันดับขยับขึ้นมาสูงสุดในรอบ 5 ปี และ แน่นอนว่า ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของบรรดาดาวรุ่ง จึงเป็นเรื่อง ที่น่าคาดหวังว่า พวกเขาจะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีได้ต่อไป”</p>
<p>โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะบุกไปเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 4 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ต่อด้วยบุกไปเยือน ทีมชาติเวียดนาม ในนัดที่ 5 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี</p>
<p><b>ขอบคุณข่าวและภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/changsuek/">ช้างศึก</a></b></p>
<p><b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b><br />
<b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/13261"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/13261">กระหึ่ม!ฟีฟ่าตีบทความ &#8220;อาจถึงเวลาที่ไทยจะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่&#8221;</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สื่อมาเลเซีย &#8211; มาเลเซียจะต้านทานพายุ Thai-phoon ได้หรือไม่</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/13055</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Oct 2019 19:11:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซียจะต้านทานไทยได้หรือไม่]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อมาเลเซีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=13055</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าว New Straits Times ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับผลการแข่งขันที่ทีมไทยเอาชนะยูเออี 2-1 เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงบทสัมภาษณ์ของโค้ชตัน เช็ง โฮ ของทีมชาติมาเลเซีย ที่มาซุ่มดูการแข่งขันในนัดนี้ด้วย</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/13055">สื่อมาเลเซีย &#8211; มาเลเซียจะต้านทานพายุ Thai-phoon ได้หรือไม่</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>สื่อมาเลเซีย &#8211; มาเลเซียจะต้านทานพายุ Thai-phoon ได้หรือไม่</strong></h5>
<p><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/StRWTmLHL90" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>สำนักข่าว New Straits Times ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับผลการแข่งขันที่ทีมไทยเอาชนะยูเออี 2-1 เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงบทสัมภาษณ์ของโค้ชตัน เช็ง โฮ ของทีมชาติมาเลเซีย ที่มาซุ่มดูการแข่งขันในนัดนี้ด้วย โดยมีเนื้อหาดังนี้</p>
<p>มีความกังวลเกี่ยวกับพายุ Thai-phoon ที่กำลังจะพัดมาทางมาเลเซียและอาจจะทำให้เกิดแผ่นดินถล่มที่สนามบูกิต จาลิล ในวันที่ 14 พฤศจิกายน &#8230; เสือมลายูจะสามารถต้านทานพายุลูกนี้ได้หรือไม่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมชาติไทยในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ณ สนามกีฬาแห่งชาติ</p>
<p>ทีมชาติไทยในฐานะทีมอันดับ 114 ของโลก ได้สร้างความประทับใจ ด้วยผลงานที่น่าประหลาดใจจากการคว้าชัย 2-1 เหนือทีมยักษ์ใหญ่จากตะวันออกกลาง อย่าง สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ (UAE) ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกของกลุ่มจี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา</p>
<p>โค้ชทีมชาติมาเลเซีย อย่าง ตัน เช็ง โฮ ได้เข้ามาสอดแนมดูการแข่งขันในนัดนี้ที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์ด้วย และยอมรับว่า &#8230; ทีมไทยคือ “ทีมใหม่” ซึ่งเป็นทีมที่อันตรายกว่าเดิม</p>
<p>ทีมชาติไทยในปัจจุบันไม่เหมือนกับทีมที่มาเลเซียเคยเอาชนะมาด้วยกฎการยิงประตูทีมเยือนในรายการ AFF Cup รอบรองชนะเลิศ เมื่อ 10 เดือนก่อน ที่มาเลเซียเสมอ 0-0 ในเกมเหย้า และ 2-2 ในเกมเยือน</p>
<p>ทีมไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากรายการนั้น ภายใต้การคุมทีมโดยโค้ชคนใหม่ชาวญี่ปุ่น อากิระ นิชิโนะ, ทีมช้างศึกกลายมาเป็นทีมที่ดีขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น</p>
<p>อากิระ นิชิโนะ คือ โค้ชที่พาทีมชาติญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย รายการฟุตบอลโลกที่รัสเซียเมื่อปีที่แล้ว, ได้เข้ามาคุมทีมชาติไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม</p>
<p>เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา, โค้ชอากิระ นิชิโนะได้นำทีมของเขาสู้กับอัศวินแห่งตะวันออกกลาง โดยได้ประตูจากธีรศิลป์ แดงดา (นาทีที่ 26) และเอกนิษฐ์ ปัญญา (นาทีที่ 51) ขณะที่ยูเออีมาได้ประตูคืนจาก อาลี มับคูต (นาทีที่ 45+2)</p>
<p>พายุ Thai-phoon พัดถล่มอย่างรุนแรง และพาทีมไทยขึ้นไปอยู่อันดับท็อปของกลุ่มจี ด้วยการเอาชนะทีมอันดับ 66 ของโลกอย่างยูเออี 2-1<br />
ทีมอันดับ 158 ของโลก อย่างมาเลเซีย ที่อยู่ในอันดับ 4 ของกลุ่ม เหนือทีมอินโดนีเซีย แต่เป็นรองทีมไทย (1), เวียดนาม (2) และ ยูเออี (3)</p>
<p>โค้ชตัน เช็ง โฮ กล่าวว่า “ทีมไทยได้โค้ชคนใหม่ซึ่งวิธีการเล่นของพวกเขาแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง, และผู้เล่นก็เป็นชุดใหม่ด้วย &#8230; พวกเขาตั้งใจเล่นกันมาก &#8230; พวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจที่มากขึ้นและมีการโจมตีที่รวดเร็วมาก &#8230; ทีมไทยสามารถสร้างโอกาสได้อย่างมากมายในการพบกับยูเออี และไม่เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรา (มาเลเซียแพ้ยูเออี 2-1 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อไม่นานมานี้), พวกเขาสามารถใช้โอกาสนั้นในการทำประตูและเอาชนะไปได้”</p>
<p>ตัน เช็ง โฮยังกล่าวต่ออีกว่า แม้ว่าทีมไทยจะแข็งแกร่งขึ้น, แต่มาเลเซียก็ต้องการผลการแข่งขันที่ดีในการพบกับพวกเขาที่สนามบูกิต จาลิล เพื่อที่จะสามารถกลับมาสู่เส้นทางการแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกได้อีกครั้ง</p>
<p>“ประเทศไทยมีขวัญและกำลังใจที่ดี แต่พวกเราก็ต้องใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเล่นในบ้านของตัวเอง &#8230; ผมไม่ได้ต้องการที่จะกดดันผู้เล่นของผมจนเกินไป แต่พวกเราจำเป็นต้องยกระดับเกมของพวกเราถ้าพวกเราอยากได้ผลการแข่งขันที่พวกเราต้องการ” ตัน เช็ง โฮกล่าวปิดท้าย</p>
<p><strong>source: <a href="https://www.nst.com.my/sports/football/2019/10/530705/malaysia-brace-stormy-time-against-thailand">New Straits Times</a></strong></p>
<p><strong>แปลโดย : แอดมินอีเจ้</strong><br />
<strong>เครดิตเพจ : <a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></strong><br />
<strong>เครดิตเว็บ : <a href="http://kwamkidhen.com/">http://kwamkidhen.com/</a></strong><br />
<b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b><br />
<b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/13055"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/13055">สื่อมาเลเซีย &#8211; มาเลเซียจะต้านทานพายุ Thai-phoon ได้หรือไม่</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความและความคิดเห็นชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับการเข้าร่วมรายการ AFF Cup</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/10398</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Feb 2019 11:19:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[คอมเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[2020]]></category>
		<category><![CDATA[AFF Cup]]></category>
		<category><![CDATA[comment]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าร่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=10398</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่มีข่าวว่าทีมชาติออสเตรเลียกำลังจะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ AFF Cup 2020 มาดูกันว่าบทความและความคิดเห็นชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับการเข้าร่วมรายการ AFF Cup จะเป็นอย่างไรกันบ้าง </p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/10398">บทความและความคิดเห็นชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับการเข้าร่วมรายการ AFF Cup</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>**ไม่อนุญาตให้คัดลอกลงเว็บไซต์อื่นนะจ๊ะ แต่อนุญาตให้แชร์จากเพจหรือนำลิงค์จากเว็บไซต์ไปใช้ได้ ^^**</strong><br />
<b>แปลโดย : แอดมินอีเจ้ </b><br />
<b>เครดิตเพจ : </b><b><a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></b><br />
<b>เครดิตเว็บ : </b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">www.kwamkidhen.com</a></b><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>***ความคิดเห็นเหล่านี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ได้หมายความถึงความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ ดังนั้นจึงไม่สามารถตีความเหมารวมได้ &#8230; อยากให้มีสติในการอ่านและวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์กันนะจ๊ะ ^^***</strong></span></p>
<p><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/vx_UfLN3W6I" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h5><strong>บทความและความคิดเห็นชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับการเข้าร่วมรายการ AFF Cup</strong></h5>
<p><strong>Ryan Degenhardt: ทำไมออสเตรเลียถึงไม่ร่วมแข่งขันในรายการ AFF Championship?</strong></p>
<p>ออสเตรเลียได้เข้าร่วมสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ AFF มาตั้งแต่ปี 2013 แต่ทีมซ็อคเกอรูส์ก็ยังไม่เคยได้เข้าร่วมแข่งขันรายการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้เลย</p>
<p>ด้วยประชากรที่มากกว่า 650 ล้านคน, สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ถือเป็นหนึ่งในอนุทวีปที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย, และจริงๆ แล้วก็ของโลกด้วย ซึ่งมีเพียงไม่กี่กลุ่มประเทศเท่านั้นที่ใหญ่กว่า ได้แก่ เอเชียใต้ (ประกอบด้วยอินเดีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา และบังกลาเทศ) และเอเชียตะวันออก (ประกอบด้วยจีน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง)</p>
<p>ตั้งแต่ปี 2013, มี 3 รายการที่ได้จัดขึ้นและผ่านไปแล้ว ซึ่งได้แก่ ปี 2014, 2016, และล่าสุด 2018 โดยทีมไทยได้แชมป์ในปี 2014 ซึ่งชนะมาเลเซียในนัดเหย้า 2-0 และตามมาด้วยแพ้ในนัดเยือน 2-3 ผลรวมไทยชนะด้วยสกอร์ 4-3 สองปีต่อมา, ไทยยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากปี 2014 โดยผลรวมชนะอินโดนีเซีย 3-2</p>
<p>รายการ AFF มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการแข่งขันในปี 2018, โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 5 ทีม เอาทีมที่ได้แชมป์กลุ่ม และรองแชมป์กลุ่ม เข้าสู่รอบน็อคเอาท์</p>
<p>แชมป์ 5 สมัยอย่างไทยเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับมาเลเซียด้วยกฎประตูทีมเยือน ขณะที่เวียดนามซึ่งเป็นแชมป์ ไม่ได้เข้าสู่รอบชิงฯ มาตั้งแต่พวกเขาได้แชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 2008, เสียเพียง 2 ประตูเท่านั้นในรายการนี้</p>
<p>บางทีคำถามที่สามารถตอบได้อย่างง่ายดาย เช่น : ออสเตรเลียทะนงตัวเกินไปเหรอ และ การเล่นในทัวนาเมนต์แบบนี้อาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีหรือเปล่า</p>
<p>ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก อินโดนีเซียมีประชากรเป็นอันดับ 4 ของโลก และเวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ไทย ก็ตามหลังอยู่ไม่ห่าง</p>
<p>ภูมิภาคนี้คือหนึ่งในภูมิภาคที่มีการแข่งขันสูงที่สุด ในปี 2018, มีทีมร่วมเข้าแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม โดยมี 4 ทีมที่เคยครองแชมป์มาแล้ว</p>
<p>จากมุมมองของชาวออสเตรเลียคนนึง, ผมอยากจะเห็นซ็อคเกอรูส์เล่นในรายการรองๆ มากกว่า และแพ้ดีกว่าไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน และดีกว่ามีอันดับฟีฟ่าที่สูงขึ้น</p>
<p>สำหรับออสเตรเลีย การสร้างเยาวชนเป็นเรื่องที่ต้องดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา ซ็อคเกอรูส์ได้สร้างนักเตะพรสวรรค์มาหลายคนในหลายปีมานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ลีกในประเทศทีมีเพียง 9 ทีมเท่านั้น, โดยมีแค่ 2 ทีมที่อยู่นอกเมืองใหญ่ และหนึ่งในสามของประเทศยังไม่มีการผลักดันและส่งเสริม ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก</p>
<p>ซึ่งทำให้เกิดประเด็นโต้แย้งที่ดีในการที่ออสเตรเลียจะเข้าร่วมในรายการดังกล่าว ผู้เล่นเยาวชนออสเตรเลียส่วนใหญ่แทบไม่ได้เล่นลีกในประเทศเลย, ซึ่งปล่อยให้ประเทศของพวกเขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในระดับนานาชาติ หนึ่งในกลยุทธ์ของออสเตรเลียคือการเข้าร่วมการแข่งขัน EAFF Championship (ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียตะวันออก) ในปี 2013 โดยออสเตรเลียจบในอันดับ 4 และมีผู้เล่นเยาวชนอย่าง โทมี จูริค, อารอน มอย และเทรนท์ เซนส์บิวรี อยู่ในชุดนั้นด้วย<br />
จากการที่มีรายการ AFF–EAFF เกิดขึ้นมาใหม่, ซึ่งถือเป็นรายการเอเชียน คัพ ขนาดย่อมของ AFC เลยก็ว่าได้, การยกเว้นการเข้าร่วมของออสเตรเลียคงจะสิ้นสุดลงในไม่ช้านี้</p>
<p><strong>ความคิดเห็นชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับบทความนี้</strong></p>
<p>E***<br />
ขณะที่ผมอยากเห็นออสเตรเลียเล่นในรายการเล็กๆ, ไม่มีทางเลยที่สโมสรอย่างเซลติกหรือฮัดเดอร์สฟิลด์จะปล่อยตัวมอย หรือ โรจิก เล่นในรายการขนาดเล็กนี้, ขณะที่หากดูช่วงเวลาที่รายการนี้จัดแข่งขัน คือ ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม, ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นเอลีกพอดี, ดังนั้นจึงน่าเสียดายที่ผมคงจะไม่ได้เห็นออสเตรเลียเล่นในรายการนี้ในเร็ววันนี้ ขณะที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะใช้รายการนี้ในการพัฒนาเยาวชน, อายุต่ำกว่า 20 ปี ในการแข่งขัน AFF U19. ดังนั้นสมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย (FFA) จึงคิดว่านี่คือวิธีที่จะพัฒนาทีมเยาวชน</p>
<p>Ma***<br />
แม้ว่าผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงในหลายปีที่ผ่านมา, ผมค่อนข้างมั่นใจว่ารายการ EAFC (เอเชียตะวันออก) ถูกมองว่าเป็นการแข่งขันระดับ “บี” ของฟีฟ่า ดังนั้นมันคงจะไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับของออสเตรเลียมากนักหากเข้าร่วม สำหรับคนที่ยังสงสัย, เกาหลีใต้และญี่ปุ่นใช้รายการนี้ในการพัฒนาผู้เล่นทีม U-23 (หรือ U-20) และผลที่ออกมาก็เป็นไปในเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็นรายการ EAFF หรือ AFF Cup ผมคิดว่าออสเตรเลียน่าจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมการแข่งขัน</p>
<p>pa***<br />
จำได้หรือไม่ว่าตอนที่ออสเตรเลียเข้าร่วมการแข่งขันรายการ EAFF ในปี 2013 เป็นอย่างไร? ออสเตรเลียไม่สามารถจัดทีมชุดใหญ่ลงแข่งขันได้และแม้แต่ผู้เล่นในเจลีกก็ถูกห้ามโดยสโมสร แม้กระทั่งการปล่อยตัวให้กับทีมซามุไรสีเงินเองก็ตาม ออสเตรเลียได้รับผลกระทบโดยแพ้ 2 นัดและเสมอ 1 นัด และทำให้อันดับฟีฟ่าลดลง – การจัดอันดับฟีฟ่าไม่ได้คำนึงว่าฝ่ายไหนจะจัดชุดใหญ่ลงแข่งขันหรือไม่ ผมไม่คิดว่าทีมช็อคเกอรูส์ชุดใหญ่จะเข้าร่วมการแข่งขันรายการ AFF Cup ได้ในเร็ววันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม, ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทีมเยาวชน (ทั้งชาย-หญิง) และมีความเป็นไปได้ว่าทีมมาทิลดัส (ฟุตบอลหญิง) ของพวกเราจะเข้าร่วมในการรายการดังกล่าว มาทิลดัสเคยเข้าร่วมรายการนี้มาแล้วแต่ส่งเพียงแค่ทีม U20 เข้าร่วมเท่านั้น ทีมมาทิลดัสชุดใหญ่อาจจะแข็งแกร่งเกินไปสำหรับการแข่งขันในฟุตบอลหญิงรายการ AFF Cup</p>
<p>Gl***<br />
ต้องการที่จะเห็นออสเตรเลียเข้าร่วมในรายการนี้แต่ผมไม่แน่ใจว่าพวกเราจะเป็นที่ต้องการจากชาติอื่นๆ หรือไม่</p>
<p>Mis***<br />
อย่าลืมว่าออสเตรเลียเคยได้แชมป์รายการเมอร์ไลออน คัพ 2 ครั้งในช่วงยุค 1980, และผ่านมากว่า 2 ทศวรรษแล้วนี่คือความสำเร็จสูงสุดของพวกเราในกีฬาฟุตบอล</p>
<p>Nic***<br />
บางทีประเทศในกลุ่มเอเชียโอเชียเนียน่าจะเข้าร่วมรายการ AFF Cup ด้วยนะ มันน่าจะไม่ต่างจากรายการ คอมเมโบล ซึ่งมีการเชิญประเทศจากสหพันธ์อื่นๆ เข้าร่วมในการแข่งขันโคปา-อเมริกาเพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิก และมันจะทำให้พวกเขาได้ประสบการณ์และได้สัมผัสกับคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่า</p>
<p>Nic***<br />
อาเซียน + ออสเตรเลีย<br />
เริ่มต้นด้วยขนาดของประชากร, ถ้าอาเซียนรวมกับออสเตรเลียและกลายเป็นประเทศเดียว, มันจะมีจำนวนประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากจีนและอินเดีย โดยมีประชากร 664 ล้านคน, เป็น 2 เท่าของอเมริกาและเหนือกว่ารัสเซียและญี่ปุ่นซึ่งมีประชากร 144 และ 126 ล้านคนตามลำดับ และจะมีจำนวนมากกว่าสหภาพยุโรปที่มีประชากร 512 ล้านคนและอเมริกาใต้ที่มี 420 ล้านคน<br />
ทางด้านเศรษฐกิจ จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมี GDP รวมกัน คือ 4.2 ล้านล้าน USD, ซึ่งใหญ่กว่ารัสเซียที่มีขนาด GDP 4.15 ล้านล้าน USD อยู่เล็กน้อย และไล่จี้ญี่ปุ่นที่มีขนาด GDP อยู่ที่ 4.8 ล้านล้าน USD และดีกว่า GDP ของอินเดียที่มีขนาด 2.6 ล้านล้าน USD และมันก็ยังมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของอเมริกาใต้ที่มีขนาด 3.9 ล้านล้าน USD และมันยังมีขนาดเป็นสองเท่าของเกาหลีใต้และแอฟริกาซึ่งมีขนาด 2.02 และ 2.1 ล้านล้าน USD ตามลำดับ<br />
หากรวมงบประมาณในการป้องกันประเทศของอาเซียนกับออสเตรเลีย ก็จะประมาณ 64 พันล้าน USD ซึ่งมีขนาดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ, จีน และรัสเซีย, ขณะที่ปัจจุบันอินเดียมีงบประมาณในการป้องกันประเทศอยู่ที่ 56 พันล้าน USD<br />
ดังนั้น, นี่คือภูมิภาคที่ขนาดประชากรเป็น 2 เท่าของอเมริกาและใหญ่กว่าสหภาพยุโรปหรืออเมริกาใต้, มันจะกลายเป็นหนึ่งใน 5 ของกลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก และหากรวมออสเตรเลียเข้าไปด้วยมันก็จะมีงบประมาณด้านการป้องกันประเทศใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก<br />
ทั้งหมดนี้ทำให้กลุ่มอาเซียนมีความสนใจอย่างมากต่ออนาคตของออสเตรเลียและฟุตบอลจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของออสเตรเลียในการเข้าร่วมกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียใต้อย่างมีชั้นเชิง ส่วนปัญหาประการ เช่น การปล่อยตัวผู้เล่นเข้าร่วมในรายการ “ขนาดเล็ก” อาจจะทำให้การเข้าร่วมในรายการ AFF ไม่ได้ผล แต่โดยหลักการแล้ว พวกเราไม่ควร “ทะนงตัวเกินไป” ที่จะเพิกเฉยต่อการแข่งขันทั้งหมด<br />
ตอบ Ry***<br />
เป็นด้วยกับคุณอย่างยิ่งเลย AFC และฟีฟ่ากำลังจับตาดูอาเซียนอยู่ ความคิดเกี่ยวกับรายการระดับอนุทวีปมีความสมเหตุสมผลเมื่อคำนึงถึงปัจจัยด้านขนาดประชากร/การตลาด/สปอนเซอร์/ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและอนาคตของฟุตบอล ชาติอาเซียนได้เล็งเห็นประโยชน์ของการขยายรายการเอเชียน คัพ แล้ว, ซึ่งมี 4 ประเทศรวมถึงออสเตรเลียด้วย, ที่เข้าร่วมในรายการนี้</p>
<p><b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b><br />
<b>เข้าสู่หน้าหลัก &gt;&gt;&gt;</b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">kwamkidhen.com</a></b><br />
<b>ไม่อยากพลาดข่าวสารและบทความดีๆ อย่าลืมกดไลค์ด้วยนะจ๊ะ ^^</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcommentinternationalfans%2F&amp;tabs=timeline&amp;width=400&amp;height=150&amp;small_header=false&amp;adapt_container_width=false&amp;hide_cover=false&amp;show_facepile=false&amp;appId=617059541826616" width="400" height="150" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/10398"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/10398">บทความและความคิดเห็นชาวออสเตรเลียเกี่ยวกับการเข้าร่วมรายการ AFF Cup</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความจากจีน: ทีมชาติไทยชุดนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าของทีมชาติจีน</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/10236</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jan 2019 19:53:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[2019]]></category>
		<category><![CDATA[Asian Cup]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รอบ 16 ทีมสุดท้าย]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียน คัพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=10236</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากจบการแข่งขันนัดสุดท้ายระหว่างทีมชาติจีนและทีมชาติเกาหลีใต้ในรายการเอเชียน คัพ รอบแบ่งกลุ่ม โดยทีมชาติจีนได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบต่อไป ในวันที่ 20 มกราคม ที่สนามอัซซา บิน ซายิด พบกับอันดับ 2 ของกลุ่มเอ คือ ทีมชาติไทย</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/10236">บทความจากจีน: ทีมชาติไทยชุดนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าของทีมชาติจีน</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>บทความจากจีน: ทีมชาติไทยชุดนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าของทีมชาติจีน</strong></h5>
<p>หลังจากจบการแข่งขันนัดสุดท้ายระหว่างทีมชาติจีนและทีมชาติเกาหลีใต้ในรายการเอเชียน คัพ รอบแบ่งกลุ่ม โดยทีมชาติจีนได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบต่อไป ในวันที่ 20 มกราคม ที่สนามอัซซา บิน ซายิด พบกับอันดับ 2 ของกลุ่มเอ คือ ทีมชาติไทย ถ้าทีมชาติจีนต้องการจะเข้ารอบต่อไป, ทีมชาติไทยทีมนี้ซึ่งเข้ารอบมาอย่างดราม่าในรอบแบ่งกลุ่มรายการเอเชียน คัพไม่ควรถูกมองข้ามแต่อย่างใด</p>
<p>ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มถือเป็นฝันร้ายของทีมไทย พวกเขาแพ้ 1-4 ให้กับทีมอินเดียซึ่งห่างหายจากรายการเอเชียน คัพ มานานหลายปี ทำให้หัวหน้าผู้ฝึกสอน มิโลวาน ราเยวัชถูกปลดออกจากตำแหน่ง โดยโค้ชศิริศักดิ์ ยอดญาติไทยผู้ที่มีประสบการณ์การเป็นผู้ช่วยโค้ชมากว่า 17 ปี กลายมาเป็นโค้ชชั่วคราวและนำทีมสู้ต่อไป</p>
<p>โค้ชศิริศักดิ์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในทีมใหม่ โดยเปลี่ยนผู้รักษาประตูที่ทำผลงานแย่ในนัดแรกออกการจากเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง ให้ศิวรักษ์ผู้รักษาประตูวัย 34 ปีจากบุรีรัมย์ทำหน้าที่เฝ้าเสาแทน แล้วเขายังเปลี่ยนรูปแบบการเล่นจากกองหลัง 4 คน มาเป็นกองหลัง 3 คน และเพิ่มอดิศักดิ์ ไกรษรลงไป เพื่อเล่นในรูปแบบกองหน้าคู่</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงทีมบรรลุผลสำเร็จ, ทีมไทยสามารถเอาชนะบาห์เรนได้ 1-0 และเสมอยูเออี 1-1 ในอีก 2 นัดต่อมา แต่ในที่สุดบาห์เรนก็สามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยครั้งสุดท้ายที่ทีมไทยผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ต้องย้อนกลับไปในรายการเอเชียน คัพ ปี 1972 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ</p>
<p>จุดแข็งที่สุดของทีมนี้คือ “ความสนิทสนม”<br />
หลังจากที่พ่ายแพ้ในนัดแรก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ปลดโค้ชออกในทันที ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะว่าทีมไทยทีมนี้เป็นที่รู้กันว่า “แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์”</p>
<p>สำหรับทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน, ทีมชาติจีนถือว่าคุ้นเคยกันดี &#8211; ในปี 2013 นำโดยโค้ชคามาโช่ ในนัดอุ่นเครื่องที่สนามเหอเฟย ทีมชาติจีนแพ้ทีมดาวรุ่งของไทยไป 1-5 โดยมีผู้เล่น 6 คนในชุดนั้นอยู่ในทีมปัจจุบันด้วย หนึ่งในนั้นมีอดิศักดิ์ ไกรษร, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และปกเกล้า อนันต์ที่ยิงประตูทีมชาติจีนได้ในปีนั้น ซึ่งกองกลางตัวหลักในปัจจุบันอย่างธนบูรณ์ ยังคงเป็นตัวสำรองของทีมอยู่ในเวลานั้น</p>
<p>ผู้เล่นที่สำคัญที่สุดที่ทีมชาติจีนต้องระวัง คือ ผู้เล่นดาวดังของพวกเขาอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เขาคือผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมรุกให้กับทีม ซึ่งยืนอยู่หลังอดิศักดิ์และธีรศิลป์ ผู้เล่นคนนี้สูงต่ำกว่า 160 ซม. เล่นกันกับสโมสรคอนซาโดเล ซับโปโร ประเทศญี่ปุ่น และถูกเลือกให้เป็น 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย</p>
<p>เมื่อวันที่ 2 เดือนมิถุนายน 2018 ทีมชาติจีนอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย ที่กรุงเทพฯ จีนชนะไป 2-0 จากการทำประตูของ อู๋ เหลยทั้งสองประตู ในแง่ของความแข็งแกร่งในภาพรวม, ทีมชาติจีนถือว่าได้เปรียบ นอกจากนี้, กองหลังของทีมไทยยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยกองหลังตัวหลักอย่าง สุพรรณ ทองสงค์ติดโทษแบนจาก 2 ใบเหลือง, มิก้าได้รับบาดเจ็บซึ่งยังไม่ทราบว่าจะสามารถลงเล่นในรอบน็อคเอาท์ได้หรือไม่</p>
<p>แต่รอบน็อคเอาท์นั้นแพ้ไม่ได้ หวังว่าทีมชาติจีนจะประสบความสำเร็จผ่านเข้ารอบไปได้ และต้องเรียนรู้บทเรียนในนัดที่จีนพบกับเกาหลีใต้ เก็บให้ได้ทุกรายละเอียด</p>
<p><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/uXWQ4CejG0U" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>*******************************************<br />
ผู้สนับสนุนเพจ SCORESCORE แอพคนไทย<br />
⚽ แอปฟุตบอลเบอร์ 1 มีภาษาไทย และไฮไลท์ HD ?</p>
<p>&#8211; เช็คผลบอลง่าย มีเกิน 800 ลีกทั่วโลก<br />
&#8211; มีภาษาไทย<br />
&#8211; หาผลบอลง่าย,สบายตา<br />
&#8211; แจ้งเตือนรวดเร็ว<br />
&#8211; ไฮไลท์ HD ทุกลีกดังชัดแจ๋ว ประตูต่อประตู</p>
<p>โหลดได้แล้ววันนี้ :<br />
? Android : <a href="http://bit.ly/2CRezRm">http://bit.ly/2CRezRm</a><br />
? IOS : <a href="http://bit.ly/2F9VbQU">http://bit.ly/2F9VbQU</a></p>
<p>*******************************************<br />
<b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b><br />
<b>เข้าสู่หน้าหลัก &gt;&gt;&gt;</b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">kwamkidhen.com</a></b><br />
<b>ไม่อยากพลาดข่าวสารและบทความดีๆ อย่าลืมกดไลค์ด้วยนะจ๊ะ ^^</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcommentinternationalfans%2F&amp;tabs=timeline&amp;width=400&amp;height=150&amp;small_header=false&amp;adapt_container_width=false&amp;hide_cover=false&amp;show_facepile=false&amp;appId=617059541826616" width="400" height="150" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/10236"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/10236">บทความจากจีน: ทีมชาติไทยชุดนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าของทีมชาติจีน</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์คู่แข่งขันเอเชียนคัพกลุ่มเอ: ทีมชาติอินเดีย</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/9844</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Dec 2018 04:54:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=9844</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินเดียผ่านเข้าสู่เอเชียนคัพรอบสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือก ด้วยสถิติ ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 ลูกได้เสีย +6 ถือเป็นผลงานที่ใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับอันดับฟีฟ่าล่าสุด (20 ธ.ค.2561) อินเดียอยู่ในอันดับที่ 97 ของโลก</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/9844">วิเคราะห์คู่แข่งขันเอเชียนคัพกลุ่มเอ: ทีมชาติอินเดีย</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>วิเคราะห์คู่แข่งขันเอเชียนคัพกลุ่มเอ: ทีมชาติอินเดีย</strong></h5>
<p><strong>ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพกลุ่มเอ : ทีมชาติอินเดีย</strong><br />
อินเดียผ่านเข้าสู่เอเชียนคัพรอบสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือก ด้วยสถิติ ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 ลูกได้เสีย +6 ถือเป็นผลงานที่ใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับอันดับฟีฟ่าล่าสุด (20 ธ.ค.2561) อินเดียอยู่ในอันดับที่ 97 ของโลก (ไทยอันดับ 118) หลังจากผลงานการแข่งขันและผลงานอุ่นเครื่องทีมชาติอินเดียทำได้ค่อนข้างดี ชนะเป็นส่วนใหญ่ แต่ทีมที่ชนะนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นทีมที่อันดับต่ำกว่า จึงยังไม่สามารถวัดอะไรได้มากนัก คงต้องมาดูผลงานกันจริงๆ ในเอเชียน คัพที่กำลังจะมาถึงนี้ว่าขุมกำลังที่แท้จริงของอินเดียจะดีเหมือนกับอันดับฟีฟ่าหรือไม่ แต่ก็ถือเป็นทีมหนึ่งที่ไม่สามารถประมาทได้ เพราะในช่วงหลังๆ ลีกของอินเดียถือว่าบูมขึ้นอย่างมาก โดยมีผู้ชมเฉลี่ยต่อนัดอยู่ที่ 15,047 คน (ฤดูกาล 2017-2018) มีนักเตะต่างชาติมาค้าแข้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบราซิล, สเปน, อุรุกวัย, เวเนซูเอล่า, ไนจีเรีย ฯลฯ ทำได้ลีกของอินเดีย ยกระดับขึ้นมาอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยอันดับ AFC CLUB COMPETITIONS RANKING ของอินเดียล่าสุดอยู่ในอันดับที่ 14 (ไทยอันดับ 8) ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพัฒนาการของอินเดียในช่วงที่ผ่านมาจะทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะได้หรือไม่ในเอเชียนคัพครั้งนี้</p>
<p><strong>ผลงานที่โดดเด่นในอดีตของทีมชาติอินเดีย</strong><br />
อินเดียเคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกปี 1950 แต่ถอนตัวเนื่องจากเหตุผลบางประการ เคยได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ปี 1951 และผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิกส์ในปี 1952 จากนั้นได้อันดับ 4 โอลิมปิกส์ในปี 1956 ได้อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ ปี 1958 และได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์อีกครั้งในปี 1962 และรองแชมป์เอเชียนคัพ ปี 1964 หลังจากนั้นอินเดียก็ผลงานไม่ดีนัก และกลายเป็นยักษ์หลับมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><strong>สถิติการพบกับกันระหว่าง ไทย &#8211; อินเดีย</strong><br />
ไทยกับอินเดียเคยพบกันทั้งหมด 22 ครั้ง ไทยชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 5 โดยผลการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดเป็นทีมไทยที่ทำได้ดีกว่าชัดเจน ชนะทั้ง 5 ครั้ง ทีมอินเดียสามารถเอาชนะไทยได้ครั้งสุดท้าย ต้องย้อนไปถึงปี 1986 รายการเมอร์เดก้า คัพ ที่อินเดียเอาชนะไทยไปได้ 3-1<br />
31 ก.ค. 1986 อินเดีย 3-1 ไทย (เมอร์เดก้า คัพ) Merdeka Tournament<br />
09 ก.พ. 1988 อินเดีย 0-1 ไทย (เอเชียน คัพ)<br />
17 มิ.ย. 1988 อินเดีย 0-1 ไทย (เอเชียน คัพ)<br />
10 มี.ค. 1995 อินเดีย 1-5 ไทย (เนห์รู โกลคัพ)<br />
31 ก.ค. 1999 ไทย 2-0 อินเดีย (โอลิมปิกส์)<br />
16 ต.ค. 2003 ไทย 2-0 อินเดีย (อุ่นเครื่อง)<br />
04 ก.ย. 2010 ไทย 1-0 อินเดีย (อุ่นเครื่อง)<br />
08 ก.ย. 2010 อินเดีย 1-2 ไทย (อุ่นเครื่อง)</p>
<p><strong>ผลงานของทีมชาติอินเดีย ในปี 2561</strong><br />
สำหรับผลงานในปีนี้ของอินเดียในนามของทีมชุดใหญ่ก็ทำผลงานได้ไม่เลวทีเดียว ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 4 โดยสามารถคว้าแชมป์รายการ Intercontinental Cup ได้ด้วยการชนะเคนยาในนัดชิงฯ 2-0, และได้รองแชมป์รายการ SAFF Cup โดยพ่ายให้กับมัลดีฟส์ในนัดชิงฯ 1-2<br />
18 พ.ย.2561 อินเดีย 1-2 จอร์แดน (อุ่นเครื่อง)<br />
13 ต.ค. 2561 อินเดีย 0-0 จีน (อุ่นเครื่อง)<br />
15 ก.ย. 2561 อินเดีย 1-2 มัลดีฟส์ (SAFF Cup)<br />
12 ก.ย. 2561 อินเดีย 3-1 ปากีสถาน (SAFF Cup)<br />
9 ก.ย. 2561 อินเดีย 2-0 มัลดีฟส์ (SAFF Cup)<br />
5 ก.ย. 2561 อินเดีย 2-0 ศรีลังกา (SAFF Cup)<br />
10 มิ.ย. 2561 อินเดีย 2-0 เคนยา (Intercontinental Cup)<br />
7 มิ.ย. 2561 อินเดีย 1-2 นิวซีแลนด์ (Intercontinental Cup)<br />
4 มิ.ย. 2561 อินเดีย 3-0 เคนยา (Intercontinental Cup)<br />
1 มิ.ย. 2561 อินเดีย 5-0 ไต้หวัน (Intercontinental Cup)<br />
7 มี.ค. 2561 อินเดีย 1-2 คีร์กีซสถาน (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)</p>
<p><strong>ผลงานของอินเดียในเอเชียนคัพ</strong><br />
อินเดียเคยผ่านเข้ามาเล่นเอเชียน คัพ รอบสุดท้ายทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งแรกทำผลงานได้ดีที่สุดคือ เอเชียน คัพ ปี 1964 โดยได้อันดับ 2 ของกลุ่ม แต่ไม่ผ่านเข้ารอบต่อไปเนื่องในปีนั้นเอาเฉพาะแชมป์กลุ่มเข้ารอบ อินเดียมาเข้ารอบสุดท้ายครั้งที่ 2 ในปี 1984 แต่ผลงานไม่ดีนักได้อันดับสุดท้ายของกลุ่ม แข่ง 4 นัด เสมอ 1 แพ้ 3 ลูกได้เสีย -7 และครั้งที่ 3 ที่อินเดียผ่านเข้ารอบสุดท้าย คือเอเชียน คัพ ปี 2011 โดยในปีนี้อินเดียอยู่ร่วมสายกับทีม ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และบาห์เรน ผลปรากฏว่า อินเดียแพ้รวด โดยแพ้ออสเตรเลีย 0-4, แพ้เกาหลีใต้ 1-4 และแพ้บาห์เรน 2-5 จบอันดับบ๊วยของกลุ่ม</p>
<p><strong>ผลงานรอบคัดเลือกเอเชียน คัพ 2019</strong><br />
อินเดียผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ด้วยการเอาชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 ลูกได้เสีย +6 โดยมีผลงานแข่งขันดังนี้<br />
7 มี.ค. 2561 คีร์กีซสถาน 2-1 อินเดีย (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)<br />
11 พ.ย. 2560 อินเดีย 2-2 เมียนมา (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)<br />
11 ต.ค. 2560 อินเดีย 4-1 มาเก๊า (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)<br />
5 ก.ย. 2560 มาเก๊า 0-2 อินเดีย (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)<br />
13 มิ.ย. 2560 อินเดีย 1-0 คีร์กีซสถาน (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)<br />
28 มี.ค. 2560 เมียนมา 0-1 อินเดีย (เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก)<br />
7 มิ.ย. 2559 อินเดีย 6-1 ลาว (เอเชียน คัพ รอบเพลย์ออฟรอบคัดเลือก)<br />
2 มิ.ย. 2559 ลาว 0-1 อินเดีย (เอเชียน คัพ รอบเพลย์ออฟรอบคัดเลือก)</p>
<p><strong>ผู้ฝึกสอนทีมชาติอินเดีย</strong><br />
สตีเฟ่น คอนแสตนติน หัวหน้าโค้ชชาวอังกฤษของทีมชาติอินเดีย เขามารับหน้าที่เป็นกุนซือทีมชาติอินเดียตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ปี 2015 โดยก่อนหน้านี้เขาเคยคุมทีมอื่นๆ มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทีมชาติเนปาล, ทีมชาติมาลาวี, ทีมชาติซูดาน, ทีมชาติรวันดา และในเดือนธันวาคมปี 2014 เขาพารวันดาได้อันดับฟีฟ่าสูงสุดตลอดกาล คือ อันดับที่ 68 ของโลก<br />
โดยผลงานของเขากับทีมอินเดีย ในปี 2015 รอบคัดเลือกฟุตบอลโลกอินเดียอยู่ร่วมกับทีม อิหร่าน, โอมาน, เติร์กเมนิสถาน และกวม อินเดียได้อันดับบ๊วยของกลุ่ม เอาชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ปี 2016 เขาพาทีมอินเดียคว้าแชมป์ SAFF Cup โดยเอาชนะอัฟกานิสถาน 2-1 ในนัดชิงฯ เขาพาทีมอินเดียเข้ามาสู่อันดับท็อป 100 ของโลกได้ในปี 2017 โดยไม่แพ้ทีมใดเลยถึง 13 นัดติดต่อกัน และในปี 2018 เขาพาทีมผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายเอเชียนคัพได้สำเร็จ, และพาทีมคว้าแชมป์ Intercontinental Cup อีกด้วย</p>
<p>สำหรับรายชื่อ 28 นักเตะของทีมชาติอินเดีย ก่อนตัดตัวเหลือ 23 คนมีดังนี้<br />
<strong>ผู้รักษาประตู</strong><br />
คุรปรีต สิงฆ์ สันธุ (26 ปี), วิศัล กายฐ์ (22 ปี) อัมรินเทร์ สิงฆ์ (25 ปี) อรินดัม ภัทฉารยา (29 ปี)</p>
<p><strong>กองหลัง</strong><br />
นรายัน ทัศ (25 ปี) ปรีตมา โกตัล (25 ปี) สันเทศ ชหินคาน (25 ปี) สุภาษิต โพเส (23 ปี) สลัม รัญชัญ สิงฆ์ (23 ปี) ลัลรุอัตถรา (23 ปี) สารถัก โคลูอี (21 ปี) อานัส เอทะโถทิกา (31 ปี)</p>
<p><strong>กองกลาง</strong><br />
โรลว์ลิ่ง บอร์เฮส (26 ปี) ฮาลีจารัน นาร์ซารี่ (24 ปี) เตเลม ชัจกิฉันท์ สิงฆ์ (26 ปี) โปรนาย หัลเทร์ (25 ปี) กุมาม อุทันตา สิงฆ์ (22 ปี) อนิรุธ ฐปา (20 ปี) มูฮัมหมัด ดิชีค กูรุนยัน (21 ปี) ลัลเลียนซุอลา ฉหังคเต (21 ปี) เครมันปรีต สิงฆ์ (22 ปี) วินิต ร้าย (21 ปี)</p>
<p><strong>กองหน้า</strong><br />
มันวีร์ สิงฆ์ (23 ปี) ฟารุค ชุดฮารี่ (22 ปี) เชเช ลัลเปขลัว (27 ปี) พัลวัณฎ์ สิงฆ์ (32 ปี) สุมีต พัสสี (34 ปี) สุนิล ฉเหตรี (34 ปี)</p>
<p><strong>นักเตะที่น่าจับตามองของทีมชาติอินเดีย</strong><br />
<strong>1. สุนิล ฉเหตรี (34 ปี)</strong> กองหน้าตัวเก๋าของทีมชาติอินเดีย และทีมแชมป์ลีกอินเดียอย่างสโมสรเบงคาลุรู เขาเป็นดาวซัลโวอันดับที่ 3 ของอินเดีย ซุปเปอร์ลีก ฤดูกาล 2017-2018 โดยทำได้ 14 ประตู ถือว่ามากที่สุดในบรรดานักเตะอินเดียด้วยกัน เขาลงเล่นให้กับทีมชาติอินเดียแล้ว 103 นัด ทำไป 65 ประตู โดยในปี 2018 เขาทำไปแล้ว 8 ประตู ทำแฮตริกในนัดที่ชนะไต้หวัน 5-0, ยิง 2 ลูกในนัดที่ชนะเคนยา 3-0, ยิง 1 ลูกในนัดที่แพ้นิวซีแลนด์ 1-2 และยิง 2 ลูกในนัดที่ชนะเคนยา 2-0 ในนัดชิงฯ ชนะเลิศ Intercontinental Cup ดังนั้นเขาคือตัวอันตรายที่กองหลังทุกทีมต้องระวังไว้ให้ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-9846" src="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110734.png" alt="สุนิล ฉเหตรี" width="800" height="453" srcset="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110734.png 800w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110734-300x170.png 300w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110734-768x435.png 768w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110734-232x131.png 232w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>2. ซันเดช จินกาน (25ปี)</strong> กองหลังทีมชาติอินเดียและสโมสรฟุตบอลเคราล่า บลาสเตอร์ส เขาลงเล่นให้กับทีมชาติไปแล้ว 27 นัด ทำไป 4 ประตู ในฤดูกาล 2018 เขาคือกองหลังที่มีรายได้สูงสุดในอินเดีย ซุปเปอร์ ลีก โดยเขาได้ตกลงเซ็นสัญญากับสโมสรไปจนถึงปี 2020 และสโมสรต้องจ่ายให้เขาประมาณ ₹3.8 crores (17.67 ล้านบาท) ดังนั้นเขาถือเป็นอีกหนี่งปราการด่านสำคัญในเกมรับที่ทีมร่วมกลุ่มจะต้องฝ่าไปให้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-9845" src="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110704.png" alt="ซันเดช จินกาน" width="539" height="755" srcset="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110704.png 539w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110704-214x300.png 214w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_110704-166x232.png 166w" sizes="auto, (max-width: 539px) 100vw, 539px" /></p>
<p><strong>3. เจเจ ลัลเพคลัว (27ปี)</strong> กองหน้าทีมชาติอินเดียและสโมสรฟุตบอลเชนไนยิน เขาลงเล่นให้กับทีมชาติมาแล้ว 55 นัด ทำไป 22 ประตู ในฤดูกาล2017-2018 ทำให้ประตูให้กับสโมสรต้นสังกัดไป 9 ประตู ถือเป็นนักเตะอินเดียที่ทำได้ตูได้สูงสุดรองจาก สุนิล ฉเหตรี ในปี 2018 เขาเล่นทีมชาติไปแล้ว 6 นัดยิงไปสองประตู ดังนั้นเขาก็ถือเป็นนักเตะกองหน้าที่อีกคนที่ทีมอื่นๆ จะประมาทไม่ได้เลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-9848" src="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_114953.png" alt="เจเจ ลัลเพคลัว" width="800" height="471" srcset="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_114953.png 800w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_114953-300x177.png 300w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_114953-768x452.png 768w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2018/12/2018-12-24_114953-232x137.png 232w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>บทสรุปสำหรับทีมชาติอินเดีย</strong><br />
อันดับฟีฟ่าของทีมชาติอินเดียอยู่ที่อันดับ 97 ถือเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มรองจากยูเออี (79) ในขณะที่อันดับ 3 คือบาห์เรน (113) และอันดับต่ำสุดในกลุ่มคือทีมไทย (118) และอันดับฟีฟ่าในปัจจุบันไม่ได้บ่งบอกถึงศักยภาพที่แท้จริงของทีมในปัจจุบัน 100% เนื่องจากมีการคิดคะแนน 4 ปีย้อนหลังด้วย ดังนั้นทุกทีมในกลุ่มถือว่าโอกาสใกล้เคียงกัน สำหรับอินเดียเองพัฒนาการของทีมชาติและลีกถือว่าดีขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ มาตรฐานสโมสร มาตรฐานลีก และรายได้นักเตะ และจำนวนผู้เข้าชมถือว่าดีขึ้นอย่างมาก แม้จะไม่ใช่กีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศก็ตาม แต่จากผลงานของทีมชาติอินเดียที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วจะเอาชนะได้เพียงทีมชาติที่มีอันดับต่ำกว่า ดังนั้นในเวทีเอเชียน คัพ ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของทีมชาติอินเดีย ว่าพวกเขาจะเป็นของจริงหรือไม่ เป็นยักษ์หลับที่กำลังจะตื่น หรือเป็นเพียงมนุษย์ตัวน้อยที่กำลังจะต่อกรกับยักษ์ใหญ่ในเอเชียเท่านั้น</p>
<p><b>บทความโดย : แอดมินอีเจ้ </b><br />
<b>เครดิตเพจ : </b><b><a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></b><br />
<b>เครดิตเว็บ : </b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">www.kwamkidhen.com</a></b></p>
<p><b>เข้าสู่หน้าหลัก &gt;&gt;&gt;</b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">kwamkidhen.com</a></b><br />
<b>ไม่อยากพลาดข่าวสารและบทความดีๆ อย่าลืมกดไลค์ด้วยนะจ๊ะ ^^</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcommentinternationalfans%2F&amp;tabs=timeline&amp;width=400&amp;height=150&amp;small_header=false&amp;adapt_container_width=false&amp;hide_cover=false&amp;show_facepile=false&amp;appId=617059541826616" width="400" height="150" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/9844"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/9844">วิเคราะห์คู่แข่งขันเอเชียนคัพกลุ่มเอ: ทีมชาติอินเดีย</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/9833</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Dec 2018 16:59:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บทความจากอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=9833</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในกลุ่มเอ มีการแข่งขันกันสูงมาก, ทีมไทยคือทีมรองบ่อนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในกลุ่มแต่ฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของพวกเขาบ่งบอกถึงความแตกต่าง</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/9833">บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>แปลโดย : แอดมินอีเจ้ </b><br />
<b>เครดิตเพจ : </b><b><a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></b><br />
<b>เครดิตเว็บ : </b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">www.kwamkidhen.com</a></b><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>***ความคิดเห็นเหล่านี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ได้หมายความถึงความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ ดังนั้นจึงไม่สามารถตีความเหมารวมได้ &#8230; อยากให้มีสติในการอ่านและวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์กันนะจ๊ะ ^^***</strong></span></p>
<h5><strong>บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</strong></h5>
<p><strong>ช้างศึกได้รับการยกย่องจากหลายคนว่าเป็นคู่แข่งที่ยากที่สุดของอินเดียในกลุ่มเอ</strong></p>
<p>ในกลุ่มเอ มีการแข่งขันกันสูงมาก, ทีมไทยคือทีมรองบ่อนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในกลุ่มแต่ฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของพวกเขาบ่งบอกถึงความแตกต่าง พวกเขาสามารถผ่านเข้ามาเล่นเอเชียน คัพมาได้หลังจากที่พลาดไปในปี 2011 และ 2015 และกำลังมองหาประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในครั้งนี้ สำหรับประวัติการเล่นในรายการนี้ของทีมไทย, การคว้าอันดับ 3 ในปี 1972 ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุด ด้วยระเบียบวินัยและการบริหารจัดการที่ดี, ทีมไทยกำลังพยายามที่จะชกกับคู่ต่อสู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า และราเยวัชถือว่ามีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้นได้</p>
<p><strong>ฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้ในรายการเอเชียนคัพของทีมไทย</strong></p>
<p>ประเทศไทยล้มเหลวในการแข่งขันรอบคัดเลือกเอเชียน คัพ 2015 เนื่องจากผลงานอันน่าผิดหวังในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม, โดยช้างศึกจบอันดับสุดท้ายของกลุ่มซึ่งประกอบด้วยอิหร่าน, คูเวต, และเลบานอน หลังจากไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยทั้ง 6 นัดและมีผลต่างประตูได้เสียถึง -14 ประตู</p>
<p><strong>เกี่ยวกับทีมไทย</strong><br />
ทีมไทยมุ่งหน้าสู่การแข่งขันรายการเอเชียน คัพหลังจากจบรายการเอเอฟเอฟซูซูกิ คัพ แชมป์เก่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตาม ทีมตัวเต็งอย่างไทยก็มาสะดุดในรอบรองชนะเลิศให้กับทีมมาเลเซียด้วยกฎประตูทีมเยือน กองหน้าช้างศึกอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษรพลาดจุดโทษสำคัญของเกม, ซึ่งนำไปสู่การยอมจำนนในที่สุด</p>
<p><strong>ทีมไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของกลุ่มเอ ในรายการเอเชียนคัพ</strong><br />
แม้ว่าจะไม่สามารถผ่านมาเลเซียไปได้, แต่รายการนี้ก็ทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกกับผู้เล่นดาวรุ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มการเล่นของพรรษา เหมวิบูลย์ และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรายการนี้ ส่วนกองหน้าอย่างอดิศักดิ์ ไกรษรที่พลาดจุดโทษที่จะทำให้ทีมเอาชนะได้ในรอบรองชนะเลิศก็จบด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดในรายการด้วยประตูรวม 8 ประตู และทีมไทยเองก็ยังไม่ได้แพ้ใครเลยทั้งรายการ</p>
<p><strong>หัวหน้าโค้ช มิโลวาน ราเยวัช</strong><br />
ความสำเร็จสูงสุดของโค้ชมิโลวาน ราเยวัชคือการพาทีมกาน่าผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2010 และที่ไม่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเนื่องจากการทำแฮนด์บอลของหลุยส์ ซัวเรส และการยิงจุดโทษที่น่าผิดหวัง เขามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยในเดือนเมษายน ปี 2017 หลังจากการลาออกของโค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองที่ทำผลงานการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายได้อย่างน่าผิดหวัง</p>
<p><strong>ภายใต้การคุมทีมของมิโลวาน ราเยวัช, ประเทศไทยได้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง</strong><br />
การแข่งขันนัดแรกภายใต้การคุมทีมของเขา ทีมไทยเปิดบ้านเสมอกับทีมยูเออี และภายใต้การคุมทีมของเขาช้างศึกสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์คิงส์คัพ2017 เอาไว้ได้ด้วยการเอาชนะต่อเกาหลีเหนือและเบลารุส กุนซือชาวเซอร์เบียคนนี้ได้เข้ามาสร้างวินัยและระบบระเบียบในเกมรับและเกมโต้กลับที่รวดเร็วและเด็ดขาด เขาเข้ามาเพื่อจัดการกับจุดอ่อนด้านการป้องกันและตัวเขาเองก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเก๋าได้อย่างโดดเด่น  ช้างศึกพ่ายแพ้ต่อทีมสโลวาเกียในคิงส์ คัพ 2018 ไปอย่างน่าเสียดาย แต่เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ดีขึ้นและมั่นคงมากขึ้น และการไม่แพ้ใครในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยการใช้ผู้เล่นชุดสำรองถือเป็นข้อพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว</p>
<p><strong>รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย 27 คน ก่อนตัดตัวเหลือ 23 คนไปแข่งขันเอเชียน คัพ</strong><br />
<strong>ผู้รักษาประตู</strong><br />
นายกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, นายศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, นายฉัตรชัย บุตรพรม, นายสรานนท์ อนุอินทร์</p>
<p><strong>กองหลัง</strong><br />
นายกรกช วิริยอุดมศิริ, นายพรรษา เหมวิบูลย์, นายเฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, นายพีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, นายทริสตอง โด , นายมิก้า ชูนวลศรี, นายอดิศร พรหมรักษ์, นายธีราทร บุญมาทัน, นายชินภัทร์ ลีเอาะ, นายสุพรรณ ทองสงค์</p>
<p><strong>กองกลาง</strong><br />
นายศศลักษณ์ ไหประโคน, นายสุภโชค สารชาติ, นายปกเกล้า อนันต์, นายสุมัญญา ปุริสาย, นายสรรวัชญ์ เดชมิตร, นายธนบูรณ์ เกศารัตน์, นายฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, นายชนาธิป สรงกระสินธ์</p>
<p><strong>กองหน้า</strong><br />
นายศุภชัย ใจเด็ด, นายธีรศิลป์ แดงดา, นายอดิศักดิ์ ไกรษร, นายชนานันท์ ป้อมบุบผา, นายสิโรจน์ ฉัตรทอง</p>
<p><strong>นักเตะ 3 คนที่ต้องจับตามอง</strong><br />
<strong>1. อดิศักดิ์ ไกรษร</strong> เขาจะเป็นกุญแจสำคัญของทีมชาติในการแข่งขันเอเชียน คัพ ในครั้งนี้ เขาคือหนึ่งในผู้ที่ทำประตูได้มากที่สุดของไทยในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เนื่องด้วยกองหน้าตัวหลักของไทยอย่างธีรศิลป์ แดงดา ไม่สามารถลงเล่นได้ในรายการนี้ ทำให้อดิศักดิ์กลายมาเป็นผู้เล่นตัวหลักในแดนหน้า กองหน้าทีมเมืองทองยูไนเต็ดสามารถทำได้ 8 ประตูจากการแข่งขัน 6 นัด, โดยทำได้ 6 ประตูในนัดที่พบกับติมอร์ เลสเต แต่ก็เปลี่ยนจากฮีโร่การเป็นผู้ร้ายอย่างรวดเร็วด้วยการพลาดจุดโทษในเกมตัดสินกับมาเลเซียในรอบรองชนะเลิศ เขาจะกลับมาฟื้นความเชื่อมั่นอีกครั้งด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งในรายการเอเชียน คัพ กองหน้าวัย 27 ปี คือกุญแจสำคัญในเกมรุก และจะทำงานประสานกันกับธีรศิลป์เพื่อที่จะข่มขู่กองหลังของฝ่ายตรงข้าม</p>
<p><strong>2. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์</strong> ในช่วงการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สโมสรของเขา (โอเอช ลูเวิน) ได้ปฏิเสธการปล่อยตัวให้มาช่วยทีมชาติเนื่องจากไม่ใช่รายการแข่งขันในปฏิทินฟีฟ่า ด้วยอาการบาดเจ็บในการค้าแข้งกับทีมโอเอช ลูเวินในลีกเบลเยี่ยม ก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสำรองอย่างศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และฉัตรชัย บุตรพรมได้ลงเฝ้าเสาแทน แต่ถ้าทั้งสองคนโชว์ฟอร์มไม่ดี ก็จะเป็นโอกาสของกวินทร์ได้เฉิดฉายในการแข่งขันรายการเอเชียนคัพที่ยูเออีเมื่อเวลานั้นมาถึง   หากได้รับปลอกแขนกัปตันในรายการเอเชียน คัพ, กวินทร์ก็จะมองหาประสบการณ์ที่ดีมาใช้และนำทีมของเขาโดยการสร้างปราการป้องกันที่เหนียวแน่นและไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู่บุกรุกเข้ามาได้</p>
<p><strong>3. ธีราธร บุญมาทัน</strong> การกลับมารับใช้ทีมชาติไทยอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการยืมตัวไปของทีมวิสเซล โกเบในลีกญี่ปุ่น เขาลงเล่นในเจลีกญี่ปุ่นทั้งหมด 24 นัด ได้เล่นเคียงข้างกับสุดยอดนักเตะอย่างแอนเดรส อิเนียสต้าและลูคัส โพดอลสกี้, ช่วยให้สโมสรจากญี่ปุ่นจบในอันดับที่ 10 ของลีก ประสบการณ์ของแบ็คซ้ายทีมชาติไทยจากการไปเล่นในญี่ปุ่นจะเป็นอีกหนี่งในปัจจัยสำคัญของทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้<br />
ธีราธร บุญมาทัน (ผู้เล่นทีมเมืองทองยูไนเต็ด) ถือเป็นผู้เล่นอันดับ 3 ที่มีความสามารถมากที่สุดของทีมชาติไทย ถัดจากธีรศิลป์และกวินทร์ โดยเขาได้ทำไปแล้ว 5 ประตูในนามทีมชาติ ฝีเท้าและทักษะของเขาถือว่ามีประโยชน์อย่างมากกับแท็คนิคเกมโต้กลับของราเยวัช และอดีตผู้เล่นทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดรายนี้ จะช่วยลบความผิดหวังจากรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยการเสริมทีมให้แข็งแกร่งในรายการเอเชียน ค้พ</p>
<p><strong>สิ่งที่คาดการณ์เอาไว้</strong><br />
ประเทศไทยคือทีมที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในกลุ่มเอ แต่อย่างไรก็ตาม, ด้วยฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของพวกเขาก็ทำให้ไม่สามารถตัดสิทธิ์ช้างศึกออกไปได้ ภายใต้การคุมทีมของราเยวัช พวกเขารู้วิธีที่ดึงผลลัพธ์ที่ยากออกมาได้และจะไม่แปลกใจเลยหากเห็นพวกเขาก้าวหน้าขึ้นมาในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาเคยสร้างความยากลำบากอย่างมากให้กับยูเออีในครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน</p>
<p>ด้วยชุดผู้เล่นที่มีวินัยและแข็งแกร่ง และโค้ชจอมแท็คติกที่เป็นเสมือนหางเสือเรือ, ทีมไทยไม่ใช่ทีมรองบ่อนอีกต่อไป พวกเขาหวังที่จะเริ่มต้นอย่างเหมาะสมในเกมที่พบกับอินเดีย ในวันที่ 6 มกราคมนี้ โดยเป้าหมายของพวกเขาคือการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์</p>
<p><strong>source: <a href="https://khelnow.com/news/article/afc-asian-cup-2019-rival-watch-thailand">khelnow.com</a></strong></p>
<p><b>เข้าสู่หน้าหลัก &gt;&gt;&gt;</b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">kwamkidhen.com</a></b><br />
<b>ไม่อยากพลาดข่าวสารและบทความดีๆ อย่าลืมกดไลค์ด้วยนะจ๊ะ ^^</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcommentinternationalfans%2F&amp;tabs=timeline&amp;width=400&amp;height=150&amp;small_header=false&amp;adapt_container_width=false&amp;hide_cover=false&amp;show_facepile=false&amp;appId=617059541826616" width="400" height="150" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/9833"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/9833">บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
