<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แบบอย่างการป้องกันโรคในประเทศไทย Archives - kwamkidhen</title>
	<atom:link href="http://kwamkidhen.com/archives/tag/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%83/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kwamkidhen.com/archives/tag/แบบอย่างการป้องกันโรคใ</link>
	<description>รวบรวมข่าว ความคิดเห็นจากทั่วทุกมุมโลก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Apr 2020 10:19:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>สื่อเยอรมันเสนอข่าวในหัวข้อ “แบบอย่างการป้องกันโรคในประเทศไทย”</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/14075</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2020 10:19:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อเยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แบบอย่างการป้องกันโรคในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=14075</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าว braunschweiger-zeitung ของประเทศเยอรมนีได้เขียนบทความเกี่ยวกับการป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/14075">สื่อเยอรมันเสนอข่าวในหัวข้อ “แบบอย่างการป้องกันโรคในประเทศไทย”</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5><strong>สื่อเยอรมันเสนอข่าวในหัวข้อ “แบบอย่างการป้องกันโรคในประเทศไทย”</strong></h5>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" src="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2020/04/2020-04-02_193334.png" alt="" width="795" height="439" class="alignnone size-full wp-image-14076" srcset="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2020/04/2020-04-02_193334.png 795w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2020/04/2020-04-02_193334-300x166.png 300w, http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2020/04/2020-04-02_193334-768x424.png 768w" sizes="(max-width: 795px) 100vw, 795px" /></p>
<p><iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/OOYvcADUwF4" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe></p>
<p>สำนักข่าว braunschweiger-zeitung ของประเทศเยอรมนีได้เขียนบทความเกี่ยวกับการป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้</p>
<p>พวกเราสามารถเรียนรู้ได้จากประเทศไทย (วันที่ 31 มีนาคม 2020)</p>
<p>พวกเราเพิ่งจะกลับมาจากประเทศไทยเมื่อ 6 วันก่อน หลังจากอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 3 สัปดาห์ และได้พบเห็นมาตรการการป้องกันโรคที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในส่วนต่างๆ ของประเทศไทย</p>
<p>ในช่วงต้นเดือนมีนาคม, ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสยังไม่มากนัก &#8230; ทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า, ทางเข้ารถไฟใต้ดิน, ในร้านอาหารแบบเปิดโล่ง (ที่ยังไม่ปิด แต่ก็มีเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น) หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ก็ยังมีเจลล้างมือฆ่าเชื้อให้บริการอยู่ด้วย</p>
<p>แม้แต่ราวบันไดเลื่อนก็ยังมีการทำความสะอาดเป็นอย่างดีโดยพนักงานของรถไฟใต้ดินเพื่อฆ่าเชื้อในเวลากลางคืน</p>
<p>ในช่วงที่กำลังเดินทางออกจากสนามบินในกรุงเทพฯ ก็มีการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายด้วยเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ฯลฯ</p>
<p>แต่หลังออกจากประเทศไทยมาแล้วก็ไม่มีการตรวจคัดกรองพวกเราอีกเลย จนกระทั่งพวกเรากลับถึงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบินดูไบ หรือว่าที่สนามบินลอนดอน หรือแม้แต่การเดินทางด้วยรถไฟยูโรสตาร์ที่เดินทางจากกรุงลอนดอนมายังกรุงบรัสเซลส์ รวมไปถึงสถานีรถไฟที่เยอรมนีก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย</p>
<p>อ้างอิง: <a href="https://www.braunschweiger-zeitung.de/mitreden/ihre-meinung/article228818329/Vorbildliche-Vorsorge-in-Thailand.html">https://www.braunschweiger-zeitung.de/mitreden/ihre-meinung/article228818329/Vorbildliche-Vorsorge-in-Thailand.html</a></p>
<p>**********************</p>
<p><img decoding="async" src="http://kwamkidhen.com/wp-content/uploads/2020/04/2020-04-02_214530-e1585993427108.png" alt="" width="800" height="581" class="alignnone size-full wp-image-14077" /></p>
<p>อีกหนึ่งสำนักข่าวอย่าง morgenpost ได้เขียนบทความถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2020 โดยมีชื่อหัวข้อว่า “โคโรน่าไวรัส: สิ่งที่เบอร์ลินสามารถเรียนรู้ได้จากกรุงเทพฯ”</p>
<p>ในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านโคโรน่าไวรัส คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการฆ่าเชื้อและการสวมหน้ากากได้</p>
<p>สำหรับชาวเบอร์ลินที่เดินทางไปยังเมืองหลวงของประเทศไทยอยู่เป็นประจำคงจะสังเกตเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเมื่อปีก่อนๆ &#8230; เห็นได้ชัดว่ากรุงเทพฯ นั้นว่างเปล่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ &#8230; ซึ่งมีสาเหตุมาจากโคโรน่าไวรัส &#8230; เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในตอนนี้ถูกยกเลิกไปเกือบหมดแล้วในประเทศไทย &#8230; แต่อย่างไรก็ตามมาตรการการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าในกรุงเบอร์ลิน</p>
<p>ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหน, ถนนหนทางและร้านอาหารก็ดูว่างเปล่ามากกว่าที่เคย, คุณจะรู้สึกเหงาเมื่อมาเดินในห้างสรรพสินค้า &#8230; นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเทพฯ จะรู้สึกคุ้นชินกับผู้คนจำนวนมากที่ซ่อนใบหน้าเอาไว้ภายใต้หน้ากาก แต่ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุคือสภาพอากาศที่ย่ำแย่ในเมืองหลวง</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีประชาชนสวมหน้ากากเพิ่มขึ้นอย่างมากและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างก็สวมมันไว้เพื่อป้องกันตัวเอง<br />
แทบจะไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานโรงแรมคนไหนไม่สวมหน้ากากเลย</p>
<p>เคาน์เตอร์ต้อนรับทุกที่จะมีป้ายแนะนำด้านสุขอนามัยและขวดเจลล้างมือฆ่าเชื้อ แม้แต่การสั่งอาหารในโรงแรม หรือ แผงลอยริมถนนหลายแห่งก็มีการสวมหน้ากากด้วยเช่นกัน</p>
<p>ในสถานีใหญ่ๆ ของรถไฟลอยฟ้า และ รถไฟใต้ดินก็มีบริการขวดเจลล้างมือฆ่าเชื้อที่เข้าถึงทุกคนได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>หน้ากากอนามัยจำนวน 1.35 ล้านชิ้นถูกผลิตขึ้นมาทุกวัน ตามการรายงานของกระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย ซึ่งหน้ากากจำนวน 1.35 ล้านชิ้นนี้จะถูกผลิตขึ้นโดย 11 โรงงานเป็นประจำทุกวัน โดยมากกว่า 200,000 ชิ้น/วัน จะถูกส่งไปให้กับพนักงานของห้างสรรพสินค้า และ 18,000 ชิ้น/วัน จะถูกส่งไปให้กับพนักงานของสายการบินไทย แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้คาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5 ล้านชิ้น/วัน ในอนาคตอันใกล้นี้</p>
<p>สิ่งที่นักท่องเที่ยวอาจจะพบว่ามันเกินความจริง แต่ก็สามารถอธิบายได้ ก็คือ เหตุการณ์สำคัญถูกยกเลิก, แต่การให้การศึกษาและการฆ่าเชื้อโรคก็สำคัญมากเช่นกัน ถ้าคุณอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คุณจะได้รับการทักทายตรงทางเข้าด้วยป้ายข้อมูลและขวดเจลฆ่าเชื้อ &#8230; โต๊ะที่ประกอบด้วยป้ายข้อมูลและขวดเจลฆ่าเชื้อก็มีวางอยู่บริเวณบันไดเลื่อนของแต่ละชั้นด้วยเช่นกัน &#8230; แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนเลยที่จะไม่ใช้ข้อเสนอฟรีๆ แบบนี้ &#8230; ตรงหน้าห้างสรรพสินค้าก็จะมีพนักงานคอยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักท่องเที่ยวด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด &#8230; กระบวนการนี้ก็พบได้ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาด้วยเช่นกัน</p>
<p>ที่สนามบินในประเทศไทยก็ทำในแบบเดียวกันเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสอย่างเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ที่สนามบินระนอง ผู้โดยสารจะต้องเดินทางจากเครื่องบินไปยังอาคารผู้โดยสาร &#8230; โดยผู้โดยสารจะต้องผ่านคัดกรองด้านความปลอดภัยโดยบุคลากรทางการแพทย์เสียก่อน จากนั้นก็วัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน &#8230; ที่สนามบินในเมืองหลวง ผู้โดยสารก็ต้องได้รับการคัดกรองอย่างใกล้ชิด &#8230; บางสายการบินจะมีพนักงานคอยวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารก่อนที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ผ่านไปยังจุดคัดกรอง</p>
<p>ที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตและสนามบินเทเกิล &#8230; คุณอาจจะรู้สึกประทับใจว่าไวรัสยังมาไม่ถึงประเทศเยอรมนีเลย &#8230; แทบจะไม่มีข้อมูลหรือการควบคุมใดๆ เลย<br />
อ้างอิง: <a href="https://www.morgenpost.de/berlin/article228635547/Coronavirus-Was-Berlin-von-Bangkok-lernen-kann.html">https://www.morgenpost.de/berlin/article228635547/Coronavirus-Was-Berlin-von-Bangkok-lernen-kann.html</a></p>
<p><b>ฝากติดตามช่องยูทูปด้วยนะจ๊ะ &gt;&gt;&gt; <a href="https://www.youtube.com/channel/UCeKuWJVhu5si-3bmdkcKWEw/featured">EJComment</a></b></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/14075"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/14075">สื่อเยอรมันเสนอข่าวในหัวข้อ “แบบอย่างการป้องกันโรคในประเทศไทย”</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
