<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความจากอินเดีย Archives - kwamkidhen</title>
	<atom:link href="http://kwamkidhen.com/archives/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kwamkidhen.com/archives/tag/บทความจากอินเดีย</link>
	<description>รวบรวมข่าว ความคิดเห็นจากทั่วทุกมุมโลก</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Dec 2018 16:59:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</title>
		<link>http://kwamkidhen.com/archives/9833</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[EJComment]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Dec 2018 16:59:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บทความจากอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://kwamkidhen.com/?p=9833</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในกลุ่มเอ มีการแข่งขันกันสูงมาก, ทีมไทยคือทีมรองบ่อนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในกลุ่มแต่ฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของพวกเขาบ่งบอกถึงความแตกต่าง</p>
<p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/9833">บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>แปลโดย : แอดมินอีเจ้ </b><br />
<b>เครดิตเพจ : </b><b><a href="https://www.facebook.com/commentinternationalfans/">เพจคอมเมนต์แฟนกีฬาต่างชาติ</a></b><br />
<b>เครดิตเว็บ : </b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">www.kwamkidhen.com</a></b><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>***ความคิดเห็นเหล่านี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ได้หมายความถึงความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ ดังนั้นจึงไม่สามารถตีความเหมารวมได้ &#8230; อยากให้มีสติในการอ่านและวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์กันนะจ๊ะ ^^***</strong></span></p>
<h5><strong>บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</strong></h5>
<p><strong>ช้างศึกได้รับการยกย่องจากหลายคนว่าเป็นคู่แข่งที่ยากที่สุดของอินเดียในกลุ่มเอ</strong></p>
<p>ในกลุ่มเอ มีการแข่งขันกันสูงมาก, ทีมไทยคือทีมรองบ่อนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในกลุ่มแต่ฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของพวกเขาบ่งบอกถึงความแตกต่าง พวกเขาสามารถผ่านเข้ามาเล่นเอเชียน คัพมาได้หลังจากที่พลาดไปในปี 2011 และ 2015 และกำลังมองหาประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในครั้งนี้ สำหรับประวัติการเล่นในรายการนี้ของทีมไทย, การคว้าอันดับ 3 ในปี 1972 ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุด ด้วยระเบียบวินัยและการบริหารจัดการที่ดี, ทีมไทยกำลังพยายามที่จะชกกับคู่ต่อสู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า และราเยวัชถือว่ามีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้นได้</p>
<p><strong>ฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้ในรายการเอเชียนคัพของทีมไทย</strong></p>
<p>ประเทศไทยล้มเหลวในการแข่งขันรอบคัดเลือกเอเชียน คัพ 2015 เนื่องจากผลงานอันน่าผิดหวังในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม, โดยช้างศึกจบอันดับสุดท้ายของกลุ่มซึ่งประกอบด้วยอิหร่าน, คูเวต, และเลบานอน หลังจากไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยทั้ง 6 นัดและมีผลต่างประตูได้เสียถึง -14 ประตู</p>
<p><strong>เกี่ยวกับทีมไทย</strong><br />
ทีมไทยมุ่งหน้าสู่การแข่งขันรายการเอเชียน คัพหลังจากจบรายการเอเอฟเอฟซูซูกิ คัพ แชมป์เก่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตาม ทีมตัวเต็งอย่างไทยก็มาสะดุดในรอบรองชนะเลิศให้กับทีมมาเลเซียด้วยกฎประตูทีมเยือน กองหน้าช้างศึกอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษรพลาดจุดโทษสำคัญของเกม, ซึ่งนำไปสู่การยอมจำนนในที่สุด</p>
<p><strong>ทีมไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของกลุ่มเอ ในรายการเอเชียนคัพ</strong><br />
แม้ว่าจะไม่สามารถผ่านมาเลเซียไปได้, แต่รายการนี้ก็ทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกกับผู้เล่นดาวรุ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มการเล่นของพรรษา เหมวิบูลย์ และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรายการนี้ ส่วนกองหน้าอย่างอดิศักดิ์ ไกรษรที่พลาดจุดโทษที่จะทำให้ทีมเอาชนะได้ในรอบรองชนะเลิศก็จบด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดในรายการด้วยประตูรวม 8 ประตู และทีมไทยเองก็ยังไม่ได้แพ้ใครเลยทั้งรายการ</p>
<p><strong>หัวหน้าโค้ช มิโลวาน ราเยวัช</strong><br />
ความสำเร็จสูงสุดของโค้ชมิโลวาน ราเยวัชคือการพาทีมกาน่าผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2010 และที่ไม่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเนื่องจากการทำแฮนด์บอลของหลุยส์ ซัวเรส และการยิงจุดโทษที่น่าผิดหวัง เขามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยในเดือนเมษายน ปี 2017 หลังจากการลาออกของโค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองที่ทำผลงานการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายได้อย่างน่าผิดหวัง</p>
<p><strong>ภายใต้การคุมทีมของมิโลวาน ราเยวัช, ประเทศไทยได้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง</strong><br />
การแข่งขันนัดแรกภายใต้การคุมทีมของเขา ทีมไทยเปิดบ้านเสมอกับทีมยูเออี และภายใต้การคุมทีมของเขาช้างศึกสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์คิงส์คัพ2017 เอาไว้ได้ด้วยการเอาชนะต่อเกาหลีเหนือและเบลารุส กุนซือชาวเซอร์เบียคนนี้ได้เข้ามาสร้างวินัยและระบบระเบียบในเกมรับและเกมโต้กลับที่รวดเร็วและเด็ดขาด เขาเข้ามาเพื่อจัดการกับจุดอ่อนด้านการป้องกันและตัวเขาเองก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเก๋าได้อย่างโดดเด่น  ช้างศึกพ่ายแพ้ต่อทีมสโลวาเกียในคิงส์ คัพ 2018 ไปอย่างน่าเสียดาย แต่เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ดีขึ้นและมั่นคงมากขึ้น และการไม่แพ้ใครในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยการใช้ผู้เล่นชุดสำรองถือเป็นข้อพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว</p>
<p><strong>รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย 27 คน ก่อนตัดตัวเหลือ 23 คนไปแข่งขันเอเชียน คัพ</strong><br />
<strong>ผู้รักษาประตู</strong><br />
นายกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, นายศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, นายฉัตรชัย บุตรพรม, นายสรานนท์ อนุอินทร์</p>
<p><strong>กองหลัง</strong><br />
นายกรกช วิริยอุดมศิริ, นายพรรษา เหมวิบูลย์, นายเฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, นายพีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, นายทริสตอง โด , นายมิก้า ชูนวลศรี, นายอดิศร พรหมรักษ์, นายธีราทร บุญมาทัน, นายชินภัทร์ ลีเอาะ, นายสุพรรณ ทองสงค์</p>
<p><strong>กองกลาง</strong><br />
นายศศลักษณ์ ไหประโคน, นายสุภโชค สารชาติ, นายปกเกล้า อนันต์, นายสุมัญญา ปุริสาย, นายสรรวัชญ์ เดชมิตร, นายธนบูรณ์ เกศารัตน์, นายฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, นายชนาธิป สรงกระสินธ์</p>
<p><strong>กองหน้า</strong><br />
นายศุภชัย ใจเด็ด, นายธีรศิลป์ แดงดา, นายอดิศักดิ์ ไกรษร, นายชนานันท์ ป้อมบุบผา, นายสิโรจน์ ฉัตรทอง</p>
<p><strong>นักเตะ 3 คนที่ต้องจับตามอง</strong><br />
<strong>1. อดิศักดิ์ ไกรษร</strong> เขาจะเป็นกุญแจสำคัญของทีมชาติในการแข่งขันเอเชียน คัพ ในครั้งนี้ เขาคือหนึ่งในผู้ที่ทำประตูได้มากที่สุดของไทยในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เนื่องด้วยกองหน้าตัวหลักของไทยอย่างธีรศิลป์ แดงดา ไม่สามารถลงเล่นได้ในรายการนี้ ทำให้อดิศักดิ์กลายมาเป็นผู้เล่นตัวหลักในแดนหน้า กองหน้าทีมเมืองทองยูไนเต็ดสามารถทำได้ 8 ประตูจากการแข่งขัน 6 นัด, โดยทำได้ 6 ประตูในนัดที่พบกับติมอร์ เลสเต แต่ก็เปลี่ยนจากฮีโร่การเป็นผู้ร้ายอย่างรวดเร็วด้วยการพลาดจุดโทษในเกมตัดสินกับมาเลเซียในรอบรองชนะเลิศ เขาจะกลับมาฟื้นความเชื่อมั่นอีกครั้งด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งในรายการเอเชียน คัพ กองหน้าวัย 27 ปี คือกุญแจสำคัญในเกมรุก และจะทำงานประสานกันกับธีรศิลป์เพื่อที่จะข่มขู่กองหลังของฝ่ายตรงข้าม</p>
<p><strong>2. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์</strong> ในช่วงการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สโมสรของเขา (โอเอช ลูเวิน) ได้ปฏิเสธการปล่อยตัวให้มาช่วยทีมชาติเนื่องจากไม่ใช่รายการแข่งขันในปฏิทินฟีฟ่า ด้วยอาการบาดเจ็บในการค้าแข้งกับทีมโอเอช ลูเวินในลีกเบลเยี่ยม ก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสำรองอย่างศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และฉัตรชัย บุตรพรมได้ลงเฝ้าเสาแทน แต่ถ้าทั้งสองคนโชว์ฟอร์มไม่ดี ก็จะเป็นโอกาสของกวินทร์ได้เฉิดฉายในการแข่งขันรายการเอเชียนคัพที่ยูเออีเมื่อเวลานั้นมาถึง   หากได้รับปลอกแขนกัปตันในรายการเอเชียน คัพ, กวินทร์ก็จะมองหาประสบการณ์ที่ดีมาใช้และนำทีมของเขาโดยการสร้างปราการป้องกันที่เหนียวแน่นและไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู่บุกรุกเข้ามาได้</p>
<p><strong>3. ธีราธร บุญมาทัน</strong> การกลับมารับใช้ทีมชาติไทยอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการยืมตัวไปของทีมวิสเซล โกเบในลีกญี่ปุ่น เขาลงเล่นในเจลีกญี่ปุ่นทั้งหมด 24 นัด ได้เล่นเคียงข้างกับสุดยอดนักเตะอย่างแอนเดรส อิเนียสต้าและลูคัส โพดอลสกี้, ช่วยให้สโมสรจากญี่ปุ่นจบในอันดับที่ 10 ของลีก ประสบการณ์ของแบ็คซ้ายทีมชาติไทยจากการไปเล่นในญี่ปุ่นจะเป็นอีกหนี่งในปัจจัยสำคัญของทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้<br />
ธีราธร บุญมาทัน (ผู้เล่นทีมเมืองทองยูไนเต็ด) ถือเป็นผู้เล่นอันดับ 3 ที่มีความสามารถมากที่สุดของทีมชาติไทย ถัดจากธีรศิลป์และกวินทร์ โดยเขาได้ทำไปแล้ว 5 ประตูในนามทีมชาติ ฝีเท้าและทักษะของเขาถือว่ามีประโยชน์อย่างมากกับแท็คนิคเกมโต้กลับของราเยวัช และอดีตผู้เล่นทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดรายนี้ จะช่วยลบความผิดหวังจากรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยการเสริมทีมให้แข็งแกร่งในรายการเอเชียน ค้พ</p>
<p><strong>สิ่งที่คาดการณ์เอาไว้</strong><br />
ประเทศไทยคือทีมที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในกลุ่มเอ แต่อย่างไรก็ตาม, ด้วยฟอร์มการเล่นในปัจจุบันของพวกเขาก็ทำให้ไม่สามารถตัดสิทธิ์ช้างศึกออกไปได้ ภายใต้การคุมทีมของราเยวัช พวกเขารู้วิธีที่ดึงผลลัพธ์ที่ยากออกมาได้และจะไม่แปลกใจเลยหากเห็นพวกเขาก้าวหน้าขึ้นมาในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาเคยสร้างความยากลำบากอย่างมากให้กับยูเออีในครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน</p>
<p>ด้วยชุดผู้เล่นที่มีวินัยและแข็งแกร่ง และโค้ชจอมแท็คติกที่เป็นเสมือนหางเสือเรือ, ทีมไทยไม่ใช่ทีมรองบ่อนอีกต่อไป พวกเขาหวังที่จะเริ่มต้นอย่างเหมาะสมในเกมที่พบกับอินเดีย ในวันที่ 6 มกราคมนี้ โดยเป้าหมายของพวกเขาคือการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์</p>
<p><strong>source: <a href="https://khelnow.com/news/article/afc-asian-cup-2019-rival-watch-thailand">khelnow.com</a></strong></p>
<p><b>เข้าสู่หน้าหลัก &gt;&gt;&gt;</b><b><a href="http://kwamkidhen.com/">kwamkidhen.com</a></b><br />
<b>ไม่อยากพลาดข่าวสารและบทความดีๆ อย่าลืมกดไลค์ด้วยนะจ๊ะ ^^</b><br />
<iframe style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/page.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fcommentinternationalfans%2F&amp;tabs=timeline&amp;width=400&amp;height=150&amp;small_header=false&amp;adapt_container_width=false&amp;hide_cover=false&amp;show_facepile=false&amp;appId=617059541826616" width="400" height="150" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p><b>พูดคุยกับเจ้ เมาท์มอยวงการกีฬาติดตามได้ในเพจนี้นะจ๊ะ</b><br />
<iframe style="border: none; ov-erflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/like.php? href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEJComment%2F&amp;width=450&amp;layout=standard&amp;action=like&amp;size=small&amp;show_faces=true&amp;share=true&amp;height=80&amp;appId=617059541826616" width="450" height="80" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<div class="fb-background-color">
			  <div 
			  	class = "fb-comments" 
			  	data-href = "http://kwamkidhen.com/archives/9833"
			  	data-numposts = "10"
			  	data-lazy = "true"
				data-colorscheme = "light"
				data-order-by = "social"
				data-mobile=true>
			  </div></div>
		  <style>
		    .fb-background-color {
				background: #ffffff !important;
			}
			.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
			    width: 100% !important;
			}
		  </style>
		  <p>The post <a href="http://kwamkidhen.com/archives/9833">บทความจากอินเดีย: ส่องคู่แข่งเอเชียนคัพ &#8220;ทีมชาติไทย&#8221;</a> appeared first on <a href="http://kwamkidhen.com">kwamkidhen</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
